คนทำงานออฟฟิศจำนวนไม่น้อยพบว่าแว่นโปรเกรสซีฟที่ใส่เดินทางได้ดี กลับไม่สบายเท่าไรเมื่อนั่งหน้าจอทั้งวัน เพราะโซนกลางของโปรเกรสซีฟทั่วไปถูกออกแบบให้รองรับหลายระยะ ไม่ได้ทุ่มพื้นที่ให้ระยะจอโดยเฉพาะ Varilux Digitime คือ เลนส์ Essilor กลุ่มเฉพาะทางที่ออกแบบมาเพื่องานระยะใกล้ถึงกลาง โดยแบ่งเป็นสามแบบตามระยะที่ใช้บ่อยที่สุด
Digitime มีสามแบบ ต่างกันที่ระยะไกลสุดที่มองได้
Varilux Digitime แบ่งออกเป็น Near, Mid และ Room ทั้งสามแบบให้โซนใกล้ที่กว้างกว่าโปรเกรสซีฟทั่วไป ต่างกันตรงว่าจะมองไกลออกไปได้ประมาณเท่าไรก่อนที่ภาพจะเริ่มไม่คม
แบบ Near ออกแบบสำหรับงานที่อยู่ในระยะแขนเป็นหลัก เช่น อ่านเอกสาร งานฝีมือ หรือใช้แท็บเล็ตวางบนโต๊ะ ระยะไกลสุดที่ใช้ได้สบายอยู่ราวแปดสิบเซนติเมตร
แบบ Mid ขยับขึ้นมารองรับระยะจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานทั่วไป ครอบคลุมได้ประมาณสองเมตรกว่า ๆ ซึ่งพอสำหรับการเงยหน้าคุยกับคนที่เดินมาที่โต๊ะ
แบบ Room ให้ระยะกว้างที่สุดในสามแบบ ราวสี่เมตร เหมาะกับคนที่ต้องมองข้ามโต๊ะไปทั่วห้อง เช่น ครู พนักงานที่ต้องเดินในออฟฟิศบ่อย หรือคนที่ทำงานในห้องประชุม
ทำไมเลนส์ออฟฟิศจึงไม่ใช้แทนแว่นหลักได้
ข้อแลกเปลี่ยนสำคัญคือ Digitime ไม่ได้ออกแบบมาให้มองระยะไกลแบบเต็มที่ การขับรถ เดินบนถนน หรือดูป้ายระยะไกลด้วยเลนส์กลุ่มนี้จึงไม่เหมาะสม
วิธีที่ผู้ใช้หลายคนเลือกคือมีแว่นสองคู่ คู่หลักเป็นโปรเกรสซีฟสำหรับใช้ทั่วไป และคู่ที่สองเป็นเลนส์ออฟฟิศไว้ใช้เฉพาะที่โต๊ะทำงาน แนวทางนี้ทำให้แต่ละคู่ทำงานในจุดที่มันถนัดจริง
ถ้างบประมาณจำกัดและต้องเลือกเพียงคู่เดียว โดยทั่วไปควรให้คู่หลักเป็นโปรเกรสซีฟที่ใช้ได้ทุกระยะก่อน แล้วค่อยพิจารณาเพิ่มเลนส์ออฟฟิศภายหลังเมื่อพร้อม
สัญญาณว่าคุณอาจต้องการเลนส์กลุ่มนี้
สัญญาณที่พบบ่อยคือการยื่นคางเข้าหาจอ หรือเงยคางขึ้นเพื่อใช้โซนล่างของเลนส์ตอนมองจอ อาการนี้ทำให้ปวดต้นคอและบ่าสะสมโดยที่หลายคนไม่ได้เชื่อมโยงกับแว่น
สัญญาณถัดมาคือรู้สึกว่าต้องส่ายหน้าไปมาเพื่อกวาดอ่านจอกว้าง เพราะพื้นที่คมในแนวนอนของโซนกลางไม่พอ
อีกสัญญาณคือเมื่อยล้าตาเร็วผิดปกติในช่วงบ่าย ทั้งที่ค่าสายตาถูกต้อง กรณีเหล่านี้ควรให้ร้านวัดระยะจอจริงของคุณ แล้วดูว่าเลนส์เฉพาะทางจะช่วยได้มากน้อยแค่ไหน
ต้องวัดอะไรก่อนสั่ง Digitime
สิ่งแรกคือระยะจากตาถึงจอจริงที่โต๊ะทำงานของคุณ ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย ควรวัดจริงด้วยตลับเมตร เพราะโต๊ะแต่ละแบบให้ระยะต่างกันมาก
สิ่งที่สองคือความสูงของจอเทียบกับระดับตา จอที่ตั้งสูงเกินไปจะบังคับให้เงยคาง ซึ่งอาจแก้ได้ด้วยการปรับโต๊ะก่อนเปลี่ยนเลนส์
สิ่งที่สามคือจำนวนจอและตำแหน่งการวางในแนวนอน คนที่ใช้สองจอวางกว้างต้องการพื้นที่คมในแนวนอนมากกว่าคนใช้จอเดียว
เมื่อมีข้อมูลสามอย่างนี้ ร้านจึงจะแนะนำได้ว่าควรเป็น Near, Mid หรือ Room ถ้าเลือกผิดแบบ ประสบการณ์จะต่างกันชัดเจนกว่าการเลือกผิดยี่ห้อ
เทียบกับทางเลือกอื่นสำหรับคนทำงานหน้าจอ
ทางเลือกแรกคือเลนส์ชั้นเดียวที่ตั้งค่าให้ระยะจอโดยเฉพาะ ราคาย่อมเยากว่า แต่ให้ระยะเดียวจริง ๆ อ่านเอกสารบนโต๊ะอาจไม่ชัดพร้อมกัน
ทางเลือกที่สองคือเลนส์กลุ่มลดการเพ่งอย่าง Eyezen ซึ่งเหมาะกับคนที่ยังไม่มีภาวะสายตายาวตามวัยหรือมีเพียงเล็กน้อย
ทางเลือกที่สามคือโปรเกรสซีฟระดับบนที่มีโซนกลางกว้างขึ้น เช่น Varilux XR series หรือ Varilux Comfort Max ซึ่งอาจเพียงพอสำหรับบางคนโดยไม่ต้องมีแว่นคู่ที่สอง
การเทียบสามทางนี้ควรทำจากพฤติกรรมจริง ไม่ใช่จากราคาเพียงอย่างเดียว
FAQ คำถามที่พบบ่อย
Varilux Digitime ขับรถได้ไหม
ไม่แนะนำ เพราะออกแบบมาสำหรับระยะใกล้ถึงกลาง ไม่ได้ให้ความคมชัดระยะไกลเต็มที่ ควรใช้แว่นคู่หลักสำหรับการขับรถ
ถ้ามีโปรเกรสซีฟอยู่แล้ว ยังจำเป็นต้องมี Digitime อีกไหม
ไม่จำเป็นเสมอไป ขึ้นกับว่าคุณนั่งหน้าจอวันละกี่ชั่วโมงและรู้สึกล้าหรือปวดคอหรือไม่ ถ้าโปรเกรสซีฟเดิมใช้ได้สบายอยู่แล้วก็ไม่ต้องเพิ่ม
เลือก Near, Mid หรือ Room อย่างไร
ดูจากระยะไกลสุดที่คุณต้องมองบ่อยขณะอยู่ที่โต๊ะ ถ้าแค่เอกสารในระยะแขนเลือก Near ถ้าเป็นจอคอมพิวเตอร์เลือก Mid ถ้าต้องมองทั่วห้องเลือก Room
ใส่แล้วปรับตัวยากไหม
โดยทั่วไปปรับตัวง่ายกว่าโปรเกรสซีฟทั่วไป เพราะพื้นที่มองในระยะที่ใช้งานกว้างกว่า แต่ต้องจำว่าเป็นแว่นสำหรับใช้ที่โต๊ะ ไม่ใช่แว่นใส่เดินทาง
วัดระยะจอจริงก่อนเลือกเลนส์ที่ GIFTGREATS
ที่ GIFTGREATS เราชอบเริ่มจากการถามถึงโต๊ะทำงานจริงของคุณ ว่าจอห่างเท่าไร สูงแค่ไหน มีกี่จอ และวันหนึ่งนั่งนานเท่าไร เพราะคำตอบเหล่านี้บอกได้ชัดกว่าชื่อรุ่นว่าเลนส์แบบไหนจะช่วยลดอาการล้าได้จริง
เรายินดีให้คำแนะนำเรื่อง Essilor เลนส์แว่นตา ทั้งกลุ่มโปรเกรสซีฟทั่วไปและกลุ่มเฉพาะทางสำหรับออฟฟิศ พร้อมตรวจวัดและวัดประกอบทุกสาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ถ้าอาการปวดคอกับล้าตาเริ่มรบกวนการทำงาน แวะเข้ามาคุยกันก่อนได้
Leave A Comment