เลนส์โปรเกรสซีฟ (Progressive Lens) คือเลนส์ที่รวมกำลังมองไกล กลาง และใกล้ ไว้ในเลนส์แผ่นเดียวแบบไล่ระดับต่อเนื่อง ไม่มีเส้นแบ่งให้เห็นเหมือนแว่นสองชั้นสมัยก่อน เหมาะกับคนที่เริ่มมีสายตายาวตามวัย (มองใกล้ไม่ชัด ต้องยืดแขนอ่านหนังสือ) แต่ยังอยากมองไกลชัดในแว่นคู่เดียวกัน
GIFTGREATS เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ ZEISS และมีเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ให้เลือกหลายระดับ ตั้งแต่กลุ่มเริ่มต้นอย่าง Light D ไปจนถึงกลุ่มปรับแต่งเฉพาะบุคคลสูงสุดอย่าง Progressive Individual 2 บทความนี้จะไล่ทีละชั้นว่าแต่ละระดับต่างกันยังไง และใครควรเลือกชั้นไหน
ราคาทั้งหมดที่ยกมาเป็นราคาแนะนำของผู้ผลิตต่อคู่ ยังไม่รวมกรอบแว่น และ GIFTGREATS มีส่วนลดให้ทุกรุ่น ราคาจริงหน้าสาขาจะถูกกว่านี้ ดูราคาเต็มทุกตัวเลือกได้ที่ ราคาเลนส์ ZEISS หรือ หาสาขาใกล้บ้าน
ตารางราคาเริ่มต้นแต่ละชั้น
| ระดับ | ราคาเริ่มต้น/คู่ |
|---|---|
| Light D | 9,000 บาท |
| Light 3D | 12,600 บาท |
| Light 2 Progressive 3D (L23) | 12,600 บาท |
| Precision Pure | 15,900 บาท |
| Light 2 Progressive 3Dv (L2v) | 17,100 บาท |
| Precision Plus / Plus Asiana | 24,000 บาท |
| Precision Superb | 40,200 บาท |
| Progressive Individual 2 | 59,400 บาท |
Light D — เริ่มต้นสำหรับคนใส่โปรเกรสซีฟครั้งแรก
Light D เป็นเลนส์โปรเกรสซีฟราคาประหยัดที่สุดของ ZEISS ในแคตตาล็อกไทย ราคาเริ่มต้น 9,000 บาท/คู่ มี corridor ให้เลือก 2 แบบคือ Short (10 มม.) และ Regular (14 มม.) ตามแคตตาล็อกราคาที่ทางร้านตรวจสอบแล้ว (corridor คือระยะไล่ระดับกำลังเลนส์จากโซนมองไกลด้านบนลงไปถึงโซนมองใกล้ด้านล่าง) ตามข้อมูลของ ZEISS Light D อยู่ในกลุ่มเทคโนโลยี EasyFocus ที่คำนึงถึงการเคลื่อนไหวของดวงตาขึ้น-ลงและซ้าย-ขวา เพื่อให้ปรับตัวได้ง่ายขึ้น
Light 3D — เพิ่มตัวเลือก corridor
Light 3D ราคาเริ่มต้น 12,600 บาท/คู่ ใช้เทคโนโลยี EasyFocus แบบเดียวกับ Light D แต่มี corridor ให้เลือกมากขึ้นเป็น 3 แบบ คือ Short (10 มม.), Medium (12 มม.) และ Regular (14 มม.) ตามแคตตาล็อกราคาที่ทางร้านตรวจสอบแล้ว ทำให้เลือกให้เข้ากับความสูงของกรอบแว่นได้ยืดหยุ่นขึ้นกว่า Light D
Light 2 (L23 / L2v) — กลุ่มเลนส์รุ่นใหม่เน้นโซนมองสองตากว้าง
ZEISS Light 2 เป็นกลุ่มเลนส์โปรเกรสซีฟรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี EasyFocus เช่นเดียวกับ Light D และ Light 3D ในใบราคาของเรามีสองรุ่นย่อยคือ Light 2 Progressive 3D (L23) ราคาเริ่มต้น 12,600 บาท/คู่ และ Light 2 Progressive 3Dv (L2v) ราคาเริ่มต้น 17,100 บาท/คู่ ทั้งสองชื่อเป็นชื่อที่ระบุไว้ในใบราคาโดยตรง ทางร้านยังไม่มีข้อมูลยืนยันจาก ZEISS ว่าตัวย่อ L23 และ L2v ย่อมาจากคำเต็มว่าอะไร หากต้องการทราบความแตกต่างเชิงเทคนิคระหว่างสองรุ่นนี้ แนะนำให้สอบถามทีมงานที่สาขาโดยตรง
ตามที่ ZEISS ระบุ Light 2 มีโซนมองสองตากว้างกว่าเลนส์โปรเกรสซีฟมาตรฐานของ ZEISS สูงสุด 69% และผู้ใส่ 68% ปรับตัวได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง (ตัวเลขทั้งสองนี้เป็นตัวเลขที่ ZEISS เผยแพร่เอง ไม่ใช่การวัดผลของทางร้าน)
ราคาของ Light 2 ในใบราคายังแบ่งตามสารเคลือบผิวที่เลือกด้วย เช่น L23 ดัชนี 1.5 แบบเคลือบ DuraVision Platinum UV ราคา 12,600 บาท/คู่ ส่วนแบบเคลือบ DuraVision AntiVirus Platinum UV ราคา 14,100 บาท/คู่ ส่วนต่าง 1,500 บาทตรงกับราคาสารเคลือบเพิ่มเติมที่ระบุไว้ในใบราคาทั่วไป อ่านรายละเอียดสารเคลือบทั้งหมดที่ DuraVision สารเคลือบเลนส์ ZEISS ต่างกันยังไง
Precision Pure — ปรับโซนใกล้ให้รองรับระยะอ่านหนังสือ/จอ
Precision Pure ราคาเริ่มต้น 15,900 บาท/คู่ เป็นระดับเริ่มต้นของกลุ่ม Progressive Precision ตามข้อมูลจากแหล่งอธิบายสินค้าที่อ้างอิงข้อมูลของ ZEISS รุ่นนี้ใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Digital Inside Technology ปรับโซนระยะใกล้ให้รองรับระยะอ่านหนังสือและระยะจอดิจิทัลที่แตกต่างกันของแต่ละคน
Precision Plus — พิจารณาพารามิเตอร์ของกรอบแว่นที่เลือก
Precision Plus ราคาเริ่มต้น 24,000 บาท/คู่ ตามข้อมูลจากแหล่งเดียวกันใช้เทคโนโลยี FrameFit+ ซึ่งพิจารณาว่ากรอบแว่นที่เลือกวางอยู่บนใบหน้าอย่างไร เพื่อปรับการออกแบบเลนส์ให้เข้ากับกรอบนั้นมากขึ้น
Precision Superb — พิจารณาโครงหน้าที่แท้จริง
Precision Superb ราคาเริ่มต้น 40,200 บาท/คู่ ตามข้อมูลจากแหล่งเดียวกันใช้เทคโนโลยี FaceFit ซึ่งพิจารณาโครงหน้าจริงของผู้สวมใส่ เช่นตำแหน่งที่มองผ่านกรอบ การพาดจมูกและหู เพื่อออกแบบเลนส์ให้เหมาะกับใบหน้าคนนั้นมากขึ้น
Progressive Individual 2 — ปรับแต่งเฉพาะบุคคลระดับสูงสุด
Progressive Individual 2 ราคาเริ่มต้น 59,400 บาท/คู่ เป็นระดับสูงสุดของกลุ่มโปรเกรสซีฟที่ GIFTGREATS มีขาย ใช้เทคโนโลยี ZEISS FrameFit ร่วมกับการคำนวณจุดหมุนของลูกตา (center of rotation) เฉพาะบุคคล และค่าระยะห่างรูม่านตาแต่ละข้าง (monocular PD) เพื่อให้เลนส์คำนวณเฉพาะสำหรับดวงตาและตำแหน่งสวมใส่จริงของแต่ละคน
สรุป: จ่ายเพิ่มแล้วได้อะไร
ภาพรวมคือยิ่งไต่ระดับสูงขึ้น เลนส์จะยิ่งใช้ข้อมูลเฉพาะของแต่ละคนมากขึ้น ตั้งแต่รูปทรงใบหน้า ตำแหน่งกรอบแว่นบนใบหน้า ไปจนถึงตำแหน่งดวงตาที่แท้จริง โดยหลักการทั่วไปของเลนส์โปรเกรสซีฟคือยิ่งปรับแต่งเฉพาะบุคคลมากขึ้น โซนมองเห็นก็มักจะกว้างขึ้นและปรับตัวง่ายขึ้นตามไปด้วย
ควรเลือกชั้นไหนดี
- ใส่โปรเกรสซีฟครั้งแรก งบจำกัด เริ่มที่ Light D หรือ Light 3D
- อยากได้โซนมองสองตากว้างขึ้นในราคาเริ่มต้นใกล้เคียงกัน ลองเทียบ Light 2 (L23) กับ Light 3D ที่สาขา
- ใช้จอดิจิทัลนานและอยากได้โซนอ่านที่ปรับตามระยะจอ ดู Precision Pure
- อยากให้เลนส์ปรับตามกรอบแว่นที่เลือกมากขึ้น ดู Precision Plus
- อยากให้เลนส์ปรับตามโครงหน้าจริง ดู Precision Superb
- ต้องการความแม่นยำสูงสุด งบไม่ใช่ปัญหา Progressive Individual 2 คือระดับสูงสุด
เลนส์โปรเกรสซีฟทุกระดับต้องวัดค่าตำแหน่งสวมใส่จริงประกอบการสั่งตัด แนะนำให้แวะไปที่สาขา GIFTGREATS เพื่อวัดค่าสายตาและลองกรอบแว่นไปพร้อมกัน ทีมงานจะช่วยแนะนำระดับที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์และงบประมาณของคุณ
บทความอื่นเกี่ยวกับเลนส์ ZEISS
- เลนส์ ZEISS มีกี่แบบ รวมทุกตระกูลที่ GIFTGREATS ขาย
- SmartLife คืออะไร ต่างจากเลนส์ทั่วไปยังไง
- DuraVision สารเคลือบเลนส์ ZEISS ต่างกันยังไง
คำถามที่พบบ่อย
เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ราคาถูกที่สุดชั้นไหน
Light D คือเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ราคาเริ่มต้นถูกที่สุดในแคตตาล็อกไทย เริ่มต้นที่ 9,000 บาท/คู่ เป็นราคาแนะนำของผู้ผลิต ยังไม่หักส่วนลดของร้าน
Precision กับ Individual 2 ต่างกันยังไง
ทั้งสองกลุ่มเน้นปรับแต่งเฉพาะบุคคล แต่ต่างระดับความละเอียด กลุ่ม Precision (Pure/Plus/Superb) ใช้เทคโนโลยีที่พิจารณาระยะจอ กรอบแว่น หรือโครงหน้าตามลำดับความละเอียดที่เพิ่มขึ้น ส่วน Progressive Individual 2 เป็นระดับสูงสุดที่คำนวณตามจุดหมุนของลูกตาและระยะห่างรูม่านตาแต่ละข้างของผู้สวมใส่โดยตรง
Light 2 (L23/L2v) ต่างจาก Light D/Light 3D ยังไง
ทั้งสามกลุ่มใช้เทคโนโลยี EasyFocus เหมือนกันและเป็นกลุ่มเริ่มต้นสำหรับคนใส่โปรเกรสซีฟครั้งแรก แต่ Light 2 เป็นรุ่นใหม่กว่าที่ ZEISS ระบุว่ามีโซนมองสองตากว้างกว่าเลนส์โปรเกรสซีฟมาตรฐานของ ZEISS สูงสุด 69% (ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่ ZEISS ระบุเอง) ราคาเริ่มต้นของ L23 อยู่ในระดับใกล้เคียงกับ Light 3D
corridor คืออะไร มีผลกับการเลือกกรอบแว่นไหม
Corridor คือความยาวช่วงที่กำลังเลนส์ไล่ระดับจากมองไกลไปมองใกล้ในเลนส์โปรเกรสซีฟ มีผลโดยตรงกับกรอบแว่นเพราะกรอบต้องมีความสูงเพียงพอรองรับ corridor ที่เลือก เช่น Light D มี corridor ให้เลือก 10 หรือ 14 มม. ส่วน Light 3D มีให้เลือก 10, 12 หรือ 14 มม. แนะนำให้เลือกกรอบและวัดค่านี้ไปพร้อมกันกับทีมงานที่สาขา
ราคาเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS รวมกรอบแว่นหรือยัง
ยังไม่รวม ราคาที่ระบุทั้งหมดเป็นราคาเลนส์อย่างเดียวต่อคู่ ยังไม่รวมกรอบแว่นและยังไม่หักส่วนลดของร้าน ดูราคาเต็มทุกตัวเลือกได้ที่ หน้าราคาเลนส์ ZEISS
ไม่รู้จะเลือกชั้นไหน ควรทำยังไง
แนะนำให้แวะไปที่สาขา GIFTGREATS เพื่อวัดค่าสายตาและปรึกษาไลฟ์สไตล์การใช้งานจริงกับทีมงาน เพราะค่าสายตาตัวเลขเดียวกันแต่ไลฟ์สไตล์ต่างกัน ก็อาจเหมาะกับเลนส์คนละชั้น ดูที่อยู่สาขาได้ที่ หน้าสาขาทั้งหมด
Leave A Comment