เมื่อเปิดดูรายการเลนส์ Shamir จะเจอชื่อรุ่นอย่าง Autograph Intelligence, Autograph IIID หรือ SV III As Worn และถ้าอ่านข้อมูลของผู้ผลิตต่อ ก็จะเจอชื่อเทคโนโลยีอีกชุดหนึ่ง เช่น Eye-Point, IntelliCorridor, Natural Posture และ As-Worn ชื่อเหล่านี้ไม่ได้บอกตรง ๆ ว่าช่วยอะไรในชีวิตประจำวัน ทำให้ลูกค้าหลายคนตัดสินจากราคาอย่างเดียว บทความนี้แปลชื่อเทคโนโลยีหลักของ Shamir เป็นภาษาที่ใช้คุยกันได้ แยกว่าแต่ละตัวทำงานกับส่วนไหนของเลนส์ และบอกว่ารุ่นที่ GIFTGREATS มีจำหน่ายใช้เทคโนโลยีใดตามที่ Shamir ระบุ ข้อมูลประสิทธิภาพทั้งหมดในบทความเป็นคำอธิบายของผู้ผลิต
ก่อนเริ่ม ทำไมเลนส์โปรเกรสซีฟต้องมีเทคโนโลยีหลายชั้น
เลนส์โปรเกรสซีฟรวมระยะมองไกล กลาง และใกล้ไว้ในเลนส์แผ่นเดียว กำลังเลนส์ค่อย ๆ เพิ่มจากด้านบนลงด้านล่างผ่านช่วงแคบ ๆ ที่เรียกว่าทางเดินสายตา (corridor) ส่วนด้านข้างของทางเดินจะมีบริเวณที่ภาพไม่คมซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ผลิตแต่ละรายจึงแข่งกันที่ว่าจะจัดตำแหน่ง ความกว้าง และความยาวของแต่ละโซนอย่างไรให้ตรงกับการมองของคนจริงที่สุด เทคโนโลยีของ Shamir แบ่งได้เป็นสี่กลุ่มตามงานที่ทำ ได้แก่ การคำนวณออกแบบเลนส์ การจัดทางเดินสายตา การปรับตามกรอบที่สวมจริง และการเลือกดีไซน์ตามช่วงวัยของสายตา ถ้ายังไม่คุ้นกับเลนส์ประเภทนี้ อ่านพื้นฐานได้ที่ สายตายาวตามวัย เลือกแว่นอ่านหนังสือหรือเลนส์โปรเกรสซีฟ
กลุ่มที่ 1 การคำนวณออกแบบเลนส์ ตระกูล Eye-Point
Eye-Point
Eye-Point คืออัลกอริทึมออกแบบเลนส์ของ Shamir ที่จำลองการมองผ่านเลนส์ในทุกมุม โดยคิดจากค่าหลายสิบค่าพร้อมกัน ตัวอย่างที่เข้าใจง่ายคือค่าสายตา ดัชนีหักเห ความหนากลางเลนส์ ระยะเลนส์ถึงตา มุมเทของกรอบ และขนาดกรอบ แล้วคำนวณคุณภาพการมองในหลายพันจุดบนผิวเลนส์ Shamir ระบุว่าผลที่ได้คือลานสายตากว้าง ภาพบิดเบี้ยวน้อย และเปลี่ยนระยะมองได้ลื่นขึ้น
Eye-Point III
รุ่นที่สามเพิ่มข้อมูลที่ใช้คำนวณเข้าไปอีก เช่น ความโค้งผิวหน้าและผิวหลังเลนส์ วัสดุ ดัชนีหักเห และรูปทรงกรอบ Shamir ระบุว่าเป้าหมายของรุ่นนี้คือให้คนที่ค่าสายตาต่างกันมาก ทั้งค่าบวก (สายตายาวโดยกำเนิด) และค่าลบ (สายตาสั้น) ได้ลานสายตาที่กว้างและภาพที่ไม่บิดเบี้ยวในระดับเดียวกัน
Eye-Point AI
รุ่นล่าสุดไม่ได้พึ่งการจำลองอย่างเดียว แต่นำข้อมูลการเคลื่อนไหวของศีรษะและดวงตาของผู้สวมแว่นจริงจำนวนมากมาวิเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ Shamir เก็บข้อมูลนี้ด้วยระบบของตัวเองชื่อ HEIM ซึ่งมีทั้งอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ เพื่อดูว่าคนแต่ละช่วงอายุมองผ่านเลนส์ตรงไหนทั้งแนวตั้งและแนวนอนขณะดูระยะต่าง ๆ แล้วนำจุดที่ตามองจริงไปใช้ออกแบบเลนส์
กลุ่มที่ 2 การจัดทางเดินสายตา
IntelliCorridor
IntelliCorridor คือการควบคุมว่ากำลังเลนส์จะเพิ่มขึ้นอย่างไรตลอดแนวทางเดินสายตา Shamir อธิบายว่าเทคโนโลยีนี้ให้นักออกแบบกำหนดน้ำหนักของกำลังเลนส์ได้ทีละจุด จึงรองรับการมองแท็บเล็ตและโทรศัพท์เป็นพิเศษ และให้การมองระยะกลางชัดขึ้น เป็นโจทย์ของคนที่สลับดูจอหลายขนาดทั้งวัน
Close Up
เวลามองใกล้ ตาสองข้างจะหมุนเข้าหากัน โซนมองใกล้ของเลนส์จึงต้องเยื้องเข้าด้านในเล็กน้อย Close Up ปรับระยะเยื้องนี้ตามการเหลือบตาเข้าหากันของแต่ละคน ซึ่งต่างกันตามระยะห่างรูม่านตา ความยาวแขน และลักษณะงาน Shamir ระบุว่าช่วยให้มองระยะกลางและใกล้ได้ชัดและสบายขึ้น รวมถึงคนที่ค่า PD ตอนมองไกลกับมองใกล้ต่างกันมากกว่าปกติ ความหมายของค่า PD อธิบายไว้ที่ ค่า PD คืออะไร
Natural Posture
Natural Posture กำหนดตำแหน่งโซนมองใกล้บนทางเดินสายตาโดยดูว่าค่าสายตาเป็นบวกหรือลบ วางสูงขึ้นสำหรับค่าลบและต่ำลงสำหรับค่าบวก Shamir อ้างอิงท่าอ่านหนังสือทั่วไปที่ถือหนังสือห่างราว 40 เซนติเมตรและเหลือบตาลงราว 30 องศา จุดประสงค์คือลดการเงยหรือก้มศีรษะ และลดการยกหรือลดหนังสือเพื่อหาจุดชัด
กลุ่มที่ 3 การปรับตามกรอบที่สวมจริง ตระกูล As-Worn
ค่าสายตาวัดจากกรอบทดลองในห้องตรวจ แต่กรอบที่ลูกค้าเลือกจริงอยู่ห่างจากตา เทลง และโค้งรับหน้าไม่เท่ากับกรอบทดลอง Shamir อธิบายว่า As-Worn มีไว้เชื่อมช่องว่างระหว่างสองกรอบนี้

- As-Worn วัดสามค่าจากกรอบที่เลือก คือ มุมเทหน้าแว่น ระยะเลนส์ถึงตา และมุมโค้งหน้ากรอบ แล้วคำนวณค่าสายตาสำหรับผลิตใหม่ เพื่อให้ภาพที่มองผ่านกรอบจริงชัดเท่ากับตอนวัดด้วยกรอบทดลอง
- As-Worn Quadro ต่อยอดให้ตัวดีไซน์ของเลนส์คงรูปเดิมได้แม้กรอบจะเทหรือโค้งต่างกัน Shamir ระบุว่าดีไซน์จึงอ่อนไหวต่อความเอียงของกรอบน้อยลง
- As-Worn POV ย้ายจุดอ้างอิงการชดเชยจากจุดวัดค่ามองไกลแบบเดิมมาอยู่ที่จุดประกอบ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตามองผ่านบ่อยที่สุด เพื่อให้ค่าที่ได้ตรงกับมุมมองของผู้สวมมากขึ้น
ค่าที่ใช้ในกลุ่มนี้วัดได้หลังเลือกกรอบและปรับกรอบเข้ากับหน้าแล้วเท่านั้น ในตารางราคาของร้าน รุ่นที่ใช้ค่าเหล่านี้จะมีหมายเหตุ Use Parameters: BVD | Panto | FFA/Wrap angle ซึ่งหมายถึงระยะเลนส์ถึงตา มุมเทหน้าแว่น และมุมโค้งหน้ากรอบ ความหมายของศัพท์เหล่านี้ดูเพิ่มได้ใน ศัพท์แว่นตาที่ควรรู้ก่อนซื้อ
กลุ่มที่ 4 Visual Age และ Continuous Design
Shamir ใช้คำว่า Visual Age หรืออายุของสายตา แทนอายุตามปีเกิด โดยดูจากค่า Addition (กำลังเพิ่มสำหรับมองใกล้) ในใบสั่ง Shamir ระบุว่างานวิจัยของบริษัทพบความสัมพันธ์ชัดเจนระหว่าง Visual Age กับความต้องการในการมองแต่ละระยะ Continuous Design จึงมีดีไซน์ 12 แบบ แต่ละแบบตรงกับ Visual Age หนึ่งช่วง ส่วน Visual AI Engine เป็นเทคโนโลยีออกแบบที่ใช้ข้อมูลจำนวนมากและปัญญาประดิษฐ์ปรับหลายค่าไปพร้อมกัน เช่น ค่าสายตา ค่า Addition มุมโค้งหน้ากรอบ มุมเท ความสูงจุดประกอบ และดัชนีหักเห เพื่อสร้างดีไซน์ทั้ง 12 แบบ
โค้ตและวัสดุเลนส์ที่เห็นในตารางราคา
- Glacier Plus UV โค้ตลดแสงสะท้อนมาตรฐานที่รวมอยู่ในราคาเลนส์สั่งผลิตส่วนใหญ่แล้ว Shamir ระบุว่าช่วยกัน UV ที่สะท้อนจากด้านหลังเลนส์ด้วย (สำหรับดัชนี 1.53 ขึ้นไป) พร้อมคุณสมบัติกันน้ำ กันไฟฟ้าสถิต และทำความสะอาดง่าย
- Glacier Expression โค้ตลดแสงสะท้อนระดับสูงกว่า เพิ่ม 1,000 บาท
- Glacier Sun UV โค้ตที่ Shamir ออกแบบสำหรับใช้กลางแจ้ง เพิ่ม 1,500 บาท
- BlueShield Glacier Plus ตัวเลือกโค้ตที่ระบุในตารางค่าบริการเสริม เพิ่ม 1,000 บาท
- Blue Zero ไม่ใช่โค้ต แต่เป็นวัสดุเนื้อเลนส์ที่ Shamir ระบุว่ากรองแสงสีฟ้าม่วงและกัน UV ในตัว เพิ่ม 1,000 บาท
ราคาเพิ่มทั้งหมดนี้มาจากตาราง Top Up ในหน้า ราคาเลนส์ Shamir ใช้กับเลนส์สั่งผลิตทุกรุ่นในรายการ
รุ่นที่ GIFTGREATS มีจำหน่าย กับเทคโนโลยีที่ Shamir ระบุ
ตารางนี้จับคู่รุ่นในหน้าราคาของร้านกับเทคโนโลยีที่ Shamir ระบุไว้ในข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่เผยแพร่ ราคาเป็นราคาเริ่มต้นต่อคู่ตามที่แสดงในหน้าราคา ซึ่งเป็นราคาแนะนำของผู้ผลิต ยังไม่รวมกรอบ และ GIFTGREATS มีส่วนลดให้ทุกรุ่น
| รุ่น | ประเภท | เทคโนโลยีที่ Shamir ระบุ | ราคาเริ่มต้น |
|---|---|---|---|
| Autograph Intelligence | โปรเกรสซีฟ | ดีไซน์ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ จับคู่กับตำแหน่งศีรษะและดวงตา, Continuous Design 12 ดีไซน์ตาม Visual Age | 29,900 บาท / คู่ |
| Autograph IIID | โปรเกรสซีฟ | IntelliCorridor, As-Worn POV | 24,900 บาท / คู่ |
| Autograph InTouch UX | โปรเกรสซีฟ เน้นอุปกรณ์ดิจิทัล | IntelliCorridor, Close Up, Natural Posture | 18,900 บาท / คู่ |
| Autograph Urban | โปรเกรสซีฟ สำหรับผู้เริ่มใส่ | IntelliCorridor | 12,900 บาท / คู่ |
| Spectrum+ | โปรเกรสซีฟ | Natural Posture | 7,900 บาท / คู่ |
| Attitude III Fashion | โปรเกรสซีฟสำหรับแว่นกันแดดกรอบโค้งหรือกรอบใหญ่ | Eye-Point III | 19,900 บาท / คู่ |
| Driver Intelligence Sun & Moon | เลนส์สำหรับขับรถ มีทั้งชั้นเดียวและโปรเกรสซีฟ | ข้อมูลการมองของนักขับ ประมวลด้วยปัญญาประดิษฐ์, Natural Posture | 16,000 บาท / คู่ |
| SV III As Worn | ชั้นเดียว | Eye-Point III, As-Worn Quadro (ใช้ค่า BVD, Panto, Wrap angle) | 7,900 บาท / คู่ |
| Smart SV As Worn | ชั้นเดียว | Eye-Point, ปรับตามค่าสายตาเฉพาะบุคคล | 6,900 บาท / คู่ |
รุ่นอื่นในหน้าราคา เช่น FirstPAL, Duo, Computer / Workspace, Relax, TAO และเลนส์สต็อก ก็มีจำหน่ายเช่นกัน ดูราคาครบทุกดัชนีหักเหและทุกชนิดเลนส์ได้ที่ ราคาเลนส์ Shamir ส่วน Driver Intelligence ราคา 16,000 บาทในตารางคือแบบชั้นเดียวสั่งแยกคู่ แบบโปรเกรสซีฟสั่งแยกคู่ราคา 31,900 บาท ถ้าสนใจเลนส์กันแดดสั่งตัดของ Shamir อ่านบรรยากาศงานเปิดตัวได้ที่ Shamir Sun Intelligence เปิดตัวที่กรุงเทพฯ
เลือกรุ่นอย่างไรไม่ให้จ่ายเกินจำเป็น
รุ่นที่แพงที่สุดไม่ได้เหมาะกับทุกคนเสมอ คำถามที่ช่วยตัดสินใจได้จริงมีไม่กี่ข้อ

- ใช้จอมากแค่ไหน ถ้าวันหนึ่งสลับดูคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และโทรศัพท์หลายชั่วโมง รุ่นที่มี IntelliCorridor จะตรงโจทย์กว่า ถ้าใช้แว่นเป็นหลักสำหรับที่ทำงานโต๊ะเดียว เลนส์ออฟฟิศอาจเหมาะกว่าโปรเกรสซีฟ ดูความต่างได้ที่ เลนส์ชั้นเดียว vs Office Lens
- เป็นโปรเกรสซีฟคู่แรกหรือไม่ Shamir วางรุ่น Urban ไว้สำหรับผู้เริ่มใส่ที่อายุ 40 ขึ้นไป ส่วนคนที่ใส่มาหลายคู่และค่า Addition สูงขึ้นแล้วอาจได้ประโยชน์จากดีไซน์ที่แยกตาม Visual Age
- กรอบที่เลือกโค้งหรือใหญ่แค่ไหน กรอบทรงโค้งหรือแว่นกันแดดขนาดใหญ่ทำให้มุมเทและมุมโค้งห่างจากค่ามาตรฐานมาก รุ่นที่ปรับตามกรอบจริงหรือกลุ่ม Attitude จะมีบทบาทมากขึ้น วิธีเลือกกรอบให้เข้ากับโปรเกรสซีฟดูได้ที่ แว่น PRADA สำหรับเลนส์โปรเกรสซีฟ
- ค่าสายตาเป็นค่าบวกหรือค่าลบสูง เทคโนโลยีอย่าง Eye-Point III และ Natural Posture ถูกออกแบบมาเพื่อลดความต่างระหว่างสองกลุ่มนี้
ไม่ว่าเลือกรุ่นใด ผลลัพธ์ขึ้นกับค่าสายตาที่ถูกต้องและการวัดประกอบที่แม่นยำพอ ๆ กับตัวเลนส์ ถ้ามีอาการตาพร่า ปวดตา หรือค่าสายตาเปลี่ยนเร็ว ควรตรวจกับนักทัศนมาตรหรือจักษุแพทย์ก่อนสั่งเลนส์ใหม่ และถ้าต้องการเทียบกับเลนส์โปรเกรสซีฟยี่ห้ออื่น อ่านได้ที่ เลนส์โปรเกรสซีฟยี่ห้อไหนดี
คำถามที่พบบ่อย
Autograph Intelligence ต่างจาก Autograph IIID อย่างไร
ตามข้อมูลของ Shamir รุ่น Autograph Intelligence ใช้ดีไซน์ 12 แบบที่เลือกตามอายุของสายตา (Visual Age) และใช้ข้อมูลการมองจริงที่ประมวลด้วยปัญญาประดิษฐ์ ส่วน Autograph IIID เน้น IntelliCorridor เพื่อช่วยการมองระยะกลางกับอุปกรณ์ดิจิทัล และ As-Worn POV ที่ปรับตามกรอบที่สวมจริง ที่ GIFTGREATS ราคาเริ่มต้นตามหน้าราคาคือ 29,900 บาทต่อคู่ และ 24,900 บาทต่อคู่ ตามลำดับ
As Worn ในชื่อเลนส์ชั้นเดียวหมายถึงอะไร
ในแนวคิดของ Shamir หมายถึงเลนส์ที่คำนวณกำลังโดยใช้ตำแหน่งที่กรอบวางบนหน้าจริง ได้แก่ ระยะเลนส์ถึงตา มุมเทหน้าแว่น และมุมโค้งหน้ากรอบ แทนการใช้ค่ามาตรฐาน ช่างจะวัดค่าเหล่านี้หลังเลือกกรอบและปรับกรอบให้พอดีกับหน้าแล้ว ในหน้าราคาของร้าน รุ่น SV III As Worn (เริ่มต้น 7,900 บาทต่อคู่) มีหมายเหตุให้ใช้ค่าเหล่านี้ ส่วน Smart SV As Worn (เริ่มต้น 6,900 บาทต่อคู่) ไม่ได้ระบุไว้ ถ้าต้องการให้ปรับตามกรอบจริงเต็มรูปแบบ ให้สอบถามสาขาก่อนสั่ง
เลนส์ Shamir รุ่นไหนเหมาะกับคนใช้คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ทั้งวัน
ถ้าต้องการโปรเกรสซีฟที่มองได้ทุกระยะ Shamir ระบุว่ารุ่นในตระกูล Autograph ที่ใช้ IntelliCorridor ถูกออกแบบมาเพื่อการมองจอและอุปกรณ์ในมือ โดย Autograph InTouch UX เน้นเรื่องนี้โดยตรง ถ้าใช้งานเฉพาะที่โต๊ะทำงาน มีเลนส์ Computer / Workspace เริ่มต้น 3,900 บาทต่อคู่ ควรเล่าการใช้งานจริงให้ร้านฟังเพื่อเลือกแบบที่ตรงที่สุด
Blue Zero กับ BlueShield ต่างกันอย่างไร
Blue Zero เป็นวัสดุเนื้อเลนส์ที่ Shamir ระบุว่ากรองแสงสีฟ้าม่วงและกัน UV อยู่ในเนื้อเลนส์ ส่วน BlueShield Glacier Plus เป็นตัวเลือกโค้ตที่อยู่ในตารางค่าบริการเสริมของร้าน ทั้งสองแบบคิดเพิ่ม 1,000 บาทจากราคาเลนส์ ความต่างเรื่องสีสะท้อนและการใช้งานให้สอบถามที่สาขาพร้อมดูตัวอย่างเลนส์จริง
ต้องเลือกกรอบก่อนหรือเลือกเลนส์ก่อน
สำหรับเลนส์ที่ใช้ค่า As-Worn ควรเลือกกรอบก่อน เพราะค่าที่ใช้คำนวณเลนส์วัดจากกรอบที่สวมจริง กรอบต้องมีความสูงพอสำหรับดีไซน์โปรเกรสซีฟที่เลือกด้วย หน้าราคาของร้านระบุความสูงจุดประกอบ (Fitting Height) ที่แต่ละรุ่นรองรับไว้แล้ว
อยากคุยเรื่องเลนส์ Shamir พร้อมลองกรอบที่จะใช้คู่กัน แวะได้ที่ GIFTGREATS ทั้ง 8 สาขา คือ พระราม 2, ศาลายา, อุดมสุข (สุขุมวิท 103), เกษตร บางเขน, บางใหญ่, เดอะโฟร์ท สาย 4, ปิ่นเกล้า และชลบุรี (อมตะนคร) ทุกสาขาตัดเลนส์ Shamir ได้และวัดสายตาให้ฟรี
Leave A Comment