เคสนี้เป็นของสาขาปิ่นเกล้าค่ะ ลูกค้าอายุ 41 ปี ที่ ไม่เคยใส่แว่นตามาก่อนเลยทั้งชีวิต แล้วแว่นคู่แรกที่ได้กลับเป็นเลนส์โปรเกรสซีฟ ฟังแล้วอาจจะงง ๆ เลยอยากเล่าให้ฟังว่าทำไมถึงจบแบบนี้ค่ะ

เลนส์ TOG Freedom Solace 3D 1.50 ZSX Bluloc พร้อมใบรับรองและใบรับประกัน บนกรอบ PRADA A51 สีเงิน
แว่นคู่แรกของลูกค้า เลนส์ TOG Freedom Solace 3D 1.50 ZSX Bluloc บนกรอบ PRADA A51 สีเงิน พร้อมใบรับรองจากผู้ผลิต

ลูกค้าเดินเข้ามาด้วยโจทย์เดียว คือมือถือ

สายตามองไกลของลูกค้าท่านนี้ยังชัดดีมาก ขับรถได้ ดูป้ายได้ ไม่เคยรู้สึกว่าต้องใส่แว่น แต่ช่วงหลังเริ่มมองใกล้ไม่ค่อยชัด โดยเฉพาะตอนเล่นโทรศัพท์

สิ่งที่ลูกค้าบอกกับเราคือ อยากได้แว่นที่ใส่เล่นมือถือได้โดยไม่ต้องใส่ ๆ ถอด ๆ และขอเลนส์ที่กรองแสงสีฟ้าด้วย ที่สำคัญคืองานหลักอยู่บนมือถือ ไม่ใช่คอมพิวเตอร์ ซึ่งสองอย่างนี้ต้องการเลนส์คนละแบบกันพอสมควร

ค่าสายตาที่วัดได้

ค่าที่ประกอบแว่น
ตาขวา 0.00 / -0.25 X180 · ตาซ้าย 0.00 / -0.25 X180 · Addition 1.00 · มองสองตารวมกันได้ 20/20

ตัวเลขมองไกลเป็น 0.00 ทั้งสองข้าง แปลว่ามองไกลไม่ต้องแก้อะไรเลย มีค่าเอียงติดมานิดเดียวคือ -0.25 ทั้งสองข้าง ส่วนค่า Addition 1.00 คือกำลังที่เพิ่มให้เฉพาะช่วงมองใกล้

นี่คือภาพของสายตายาวตามวัยในระยะเริ่มต้นค่ะ อายุ 40 ต้น ๆ กล้ามเนื้อที่ใช้เพ่งใกล้เริ่มทำงานได้น้อยลง ตัวเลขยังไม่เยอะ แต่พอต้องจ้องมือถือนาน ๆ ก็เริ่มรู้สึกแล้ว

ทำไมไม่ให้แว่นอ่านหนังสือไปเลย

ถ้าดูจากค่าสายตาอย่างเดียว แว่นอ่านหนังสือธรรมดาก็จบ ราคาถูกกว่าเยอะ แต่พอฟังโจทย์จริงแล้วมันไม่ใช่

แว่นอ่านหนังสือจะชัดเฉพาะระยะใกล้ พอเงยหน้าขึ้นมองอย่างอื่นจะเบลอทันที แปลว่าต้องถอดทุกครั้งที่วางมือถือ ซึ่งตรงกับสิ่งที่ลูกค้าบอกว่าไม่อยากได้พอดี

เลนส์โปรเกรสซีฟให้ทั้งไกล กลาง และใกล้ในเลนส์เดียว ใส่ยาวได้ทั้งวัน มองมือถือก็ชัด เงยหน้าคุยกับคนตรงหน้าก็ชัด ไม่ต้องหยิบขึ้นหยิบลง

เลนส์ที่เลือก และทำไมถึงเป็นตัวนี้

ทางร้านแนะนำเป็น TOG Freedom Solace 3D 1.50 ZSX Bluloc ค่ะ

ตามข้อมูลของ TOG (Thai Optical Group) ผู้ผลิต เลนส์รุ่นนี้เป็นเลนส์หลายชั้นไร้รอยต่อ ใช้ได้กับทุกค่าสายตา ออกแบบให้ลดปัญหาภาพบิดเบือน และขยายพื้นที่ระยะใกล้ให้กว้างขึ้น โดยปรับโครงสร้างเลนส์และค่าสายตาให้เข้ากับกรอบแว่นของแต่ละคน

จุดที่ตรงกับเคสนี้ที่สุดคือการคำนวณของ Freedom Solace 3D เน้นไปที่ระยะใกล้และระยะกลาง ซึ่งก็คือระยะที่คนถือมือถืออยู่พอดี ถ้าเป็นคนทำงานกับจอคอมหลายจอ เราจะแนะนำอีกรุ่นแทน เพราะน้ำหนักของการออกแบบอยู่คนละที่

ส่วน Bluloc คือชั้นเคลือบที่กรองแสงสีฟ้าตามที่ลูกค้าขอมา

ทดสอบเลนส์เคลือบ Bluloc กรองแสงสีฟ้า ด้วยไฟทดสอบที่สาขา
ทดสอบชั้นเคลือบ Bluloc ด้วยไฟทดสอบที่หน้าร้าน จะเห็นแสงสีฟ้าสะท้อนกลับที่ผิวเลนส์

ค่าที่ต้องวัดเพิ่ม ไม่ใช่แค่ค่าสายตา

เลนส์กลุ่มที่ปรับตามบุคคลแบบนี้ วัดแค่ค่าสายตาแล้วสั่งเลยไม่ได้ค่ะ ต้องเก็บค่าอีกสามอย่างหลังจากลูกค้าเลือกกรอบเสร็จแล้ว

  • Inset — ระยะที่ตาเบนเข้าหากันเวลามองใกล้ คนเราไม่ได้มองใกล้ด้วยแนวเดียวกับมองไกล
  • ระยะอ่านหนังสือ — แต่ละคนถือมือถือห่างไม่เท่ากัน ค่านี้มีผลกับตำแหน่งโซนใกล้บนเลนส์
  • ระยะ PD เฉพาะบุคคล — ระยะระหว่างตาสองข้าง วัดแยกทีละข้างเพื่อให้จุดศูนย์กลางเลนส์ตรงกับตาจริง

สามค่านี้แหละที่ทำให้เลนส์โปรเกรสซีฟใส่สบายหรือใส่แล้วเวียนหัว เพราะต่อให้ค่าสายตาถูกต้อง แต่ถ้าโซนใกล้ไปอยู่ผิดตำแหน่งบนเลนส์ ก็ต้องคอยส่ายหน้าหาจุดชัดอยู่ดี

กรอบที่เลือก

กรอบเป็น PRADA A51 สีเงินค่ะ ทางร้านแนะนำตัวนี้เพื่อให้ลุคดูทันสมัยขึ้น

กรอบแว่น PRADA A51 สีเงิน มุมมองด้านหน้า พร้อมเลนส์โปรเกรสซีฟ TOG
กรอบ PRADA A51 สีเงิน ทรงเหลี่ยมมุมตัด

สำหรับคนที่ใส่แว่นเป็นคู่แรก กรอบมีผลกับความรู้สึกเยอะกว่าที่คิดนะคะ เพราะยังไม่ชินกับการมีอะไรอยู่บนหน้า ถ้าเลือกกรอบที่ใส่แล้วชอบตั้งแต่แรก โอกาสที่จะหยิบมาใส่ทุกวันก็สูงขึ้น

รายละเอียดขาแว่นและโลโก้ PRADA บนกรอบ A51 สีเงิน
รายละเอียดขาแว่นและโลโก้สามเหลี่ยมของ PRADA

อยากเห็นว่ากรอบตัวนี้อยู่บนหน้าตัวเองแล้วเป็นยังไง ลองแว่นออนไลน์ผ่านกล้องมือถือ ได้เลย ไม่ต้องติดตั้งแอปค่ะ

ใครที่น่าจะอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน

  • อายุ 40 ต้น ๆ มองไกลยังชัดดี แต่เริ่มต้องยืดแขนตอนอ่านมือถือ
  • ยังไม่เคยใส่แว่นมาก่อน และไม่อยากเริ่มด้วยแว่นที่ต้องถอดเข้าถอดออก
  • ใช้มือถือเป็นหลัก มากกว่าจอคอม
  • เคยซื้อแว่นอ่านหนังสือสำเร็จรูปมาใช้แล้วรู้สึกว่าไม่ตอบโจทย์

ที่ต้องบอกกันตรง ๆ คือโปรเกรสซีฟมีช่วงปรับตัว ส่วนใหญ่ประมาณ 1-2 สัปดาห์ ช่วงแรกเวลาเดินลงบันไดให้ก้มหน้ามองแทนการเหลือบตาลง จะช่วยได้เยอะ และถ้าใส่แล้วยังรู้สึกไม่เข้าที่ กลับมาที่สาขาได้เลยค่ะ เราเช็คตำแหน่งเลนส์และปรับกรอบให้ใหม่ได้

สนใจแบบเดียวกัน เริ่มยังไง

เริ่มจากวัดสายตาฟรีที่สาขาก่อนค่ะ แล้วบอกเราว่าใช้งานอะไรเป็นหลัก มือถือ จอคอม หรืออ่านหนังสือ เพราะคำตอบนี้เปลี่ยนรุ่นเลนส์ที่เราจะแนะนำเลย

เคสนี้ทำที่สาขาปิ่นเกล้า แต่ทุกสาขาทำได้เหมือนกันหมด ดูช่วงราคาได้ที่หน้าราคาเลนส์ TOG ส่วนโปรโมชั่นและข้อเสนอพิเศษ สอบถามที่หน้าสาขาหรือทัก LINE @giftgreats ได้เลยค่ะ

ถ้าโจทย์ของคุณคือจอคอมหลายจอมากกว่ามือถือ ลองอ่านเคสลูกค้า 46 ปีที่ใช้จอคอม 2-3 จอ ประกอบดูนะคะ เป็นเลนส์คนละรุ่นกันเพราะโจทย์คนละแบบ

คำถามที่พบบ่อย

ไม่เคยใส่แว่นมาก่อน เริ่มด้วยโปรเกรสซีฟเลยได้ไหม

ได้ค่ะ เคสนี้ก็เป็นแว่นคู่แรกในชีวิต สิ่งที่ต้องเตรียมใจคือช่วงปรับตัวประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพราะต้องเรียนรู้ว่ามองระยะไหนต้องใช้ส่วนไหนของเลนส์ แต่ข้อดีคือไม่ต้องถอดแว่นทุกครั้งที่เปลี่ยนระยะ

ค่าสายตามองไกลเป็น 0.00 ทำไมยังต้องใส่แว่น

เพราะปัญหาอยู่ที่ระยะใกล้ ไม่ใช่ระยะไกล ค่า Addition คือกำลังที่เพิ่มเข้าไปเฉพาะโซนมองใกล้ ส่วนโซนมองไกลของเลนส์แทบไม่มีกำลังเลย ใส่แล้วมองไกลจึงเหมือนไม่ได้ใส่แว่น

Freedom Solace 3D ต่างจากโปรเกรสซีฟทั่วไปยังไง

ตามข้อมูลของ TOG รุ่นนี้เป็นเลนส์หลายชั้นไร้รอยต่อที่ปรับโครงสร้างและค่าสายตาให้เข้ากับกรอบของแต่ละคน ลดภาพบิดเบือน และขยายพื้นที่ระยะใกล้ให้กว้างขึ้น โดยการคำนวณเน้นไปที่ระยะใกล้และระยะกลาง

เลนส์กรองแสงสีฟ้าจำเป็นไหม

เป็นเรื่องความชอบและลักษณะการใช้งานค่ะ เคสนี้ลูกค้าเป็นฝ่ายขอมาเอง เพราะใช้มือถือเป็นหลัก ถ้าไม่แน่ใจว่าจำเป็นกับตัวเองไหม ลองปรึกษาที่สาขาได้ เราจะดูจากการใช้งานจริงแล้วแนะนำให้

ข้อมูลคุณสมบัติและเทคโนโลยีของเลนส์อ้างอิงจากผู้ผลิต TOG (Thai Optical Group) ค่าสายตาในบทความนี้เผยแพร่โดยไม่ระบุตัวตนของลูกค้า ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของร้าน

บทความนี้เล่าถึงการเลือกเลนส์เพื่อการมองเห็นในการใช้งานประจำวันเท่านั้น ไม่ใช่การรักษาหรือคำแนะนำทางการแพทย์ หากมีอาการผิดปกติของดวงตา เช่น ตาแดง ปวดตา หรือมองเห็นลดลงเฉียบพลัน ควรไปพบจักษุแพทย์