ถ้ากำลังหาข้อมูลว่า “เลนส์ Nikon ดีไหม” หรือควรเลือกรุ่นไหน บทความนี้จะพาไปรู้จักเลนส์ Nikon ทั้ง 14 รุ่นที่ GIFTGREATS มีขายทั้ง 8 สาขา แบ่งเป็น 4 กลุ่มให้เข้าใจง่าย ๆ พร้อมช่วงราคาคร่าว ๆ เพื่อให้พอตัดสินใจได้ว่าควรเริ่มดูกลุ่มไหนก่อน
ก่อนอื่นขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า ราคาทั้งหมดในบทความนี้เป็น ราคาแนะนำของผู้ผลิตต่อคู่ ยังไม่รวมกรอบแว่น และยังไม่ได้หักส่วนลดของร้าน ราคาที่จ่ายจริงเมื่อมาซื้อที่สาขาจะถูกกว่านี้ ลองสอบถามส่วนลดกับทีมงานหน้าร้านได้เลย ดูราคาเต็มทุกรุ่นได้ที่หน้า ราคาเลนส์ Nikon หรือเทียบกับแบรนด์อื่นได้ที่ หน้ารวมราคาเลนส์ทั้งหมด
เลนส์ Nikon แบ่งเป็น 4 กลุ่มใหญ่
กลุ่มที่ 1: เลนส์โปรเกรสซีฟ (มองได้หลายระยะในเลนส์เดียว)
เลนส์โปรเกรสซีฟคือเลนส์ที่รวมกำลังมองไกล-กลาง-ใกล้ไว้ในชิ้นเดียว ไม่มีรอยต่อให้เห็นเหมือนแว่นสองชั้นแบบเก่า เหมาะกับคนที่เริ่มมีสายตายาวตามวัย (มองใกล้ไม่ชัด ต้องยืดแขนอ่านหนังสือ) แต่ยังอยากมองไกลชัดในแว่นคู่เดียวกัน กลุ่มนี้ที่ร้านมี 6 รุ่น ไล่ตั้งแต่รุ่นประหยัดไปถึงรุ่นปรับแต่งเฉพาะบุคคล ได้แก่ CLASSIC DIGITAL, PRESIO FIRST, PRESIO ADVANCE Z, PRESIO POWER Z, PRESIO MASTER Z และ SEEMAX ULTIMATE Z
ช่วงราคา: 6,600 – 133,500 บาท/คู่ (ราคาต่ำสุดคือ CLASSIC DIGITAL ดัชนี 1.50, ราคาสูงสุดคือ SEEMAX ULTIMATE Z ดัชนี 1.74 พร้อม Transitions XTRActive Polarized และ SeeCoat Next Reveal แบบสั่งวัดค่าการสวมจริง)
อ่านรายละเอียดการไต่ระดับแต่ละรุ่นเพิ่มเติมได้ที่ เลนส์โปรเกรสซีฟ Nikon เลือกรุ่นไหนดี
กลุ่มที่ 2: เลนส์ชั้นเดียวสั่งตัด (Single Vision)
เลนส์ชั้นเดียวคือเลนส์ที่มีกำลังมองเดียวทั่วทั้งแผ่น เหมาะกับคนสายตาสั้น สายตายาวแต่กำเนิด หรือสายตาเอียง ที่ยังไม่ถึงวัยต้องใช้โปรเกรสซีฟ กลุ่มนี้มี 5 รุ่น ได้แก่ LITE AS Z (รุ่นพื้นฐาน บาง เบา), MYOPSEE Z (สำหรับคนสายตาสั้นมาก เน้นความบางเบาเป็นพิเศษ), RELAXSEE Z และ SEEMAX RELAXSEE Z (เลนส์ชั้นเดียวที่มีโซนช่วยมองใกล้ในตัว เหมาะกับคนทำงานหน้าจอ) และ SEEMAX INFINITE Z (รุ่นปรับแต่งเฉพาะบุคคลสูงสุดของกลุ่มนี้)
ช่วงราคา: 6,300 – 38,400 บาท/คู่
ถ้าใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แนะนำให้อ่านเพิ่มเติมที่ เลนส์สำหรับคนทำงานหน้าจอ ซึ่งเทียบให้เห็นว่า RelaxSee Z ต่างจากกลุ่มเลนส์ออฟฟิศยังไง
กลุ่มที่ 3: เลนส์ระยะใกล้-กลางสำหรับงานออฟฟิศ (Occupational)
กลุ่มนี้ออกแบบมาเฉพาะสำหรับคนที่นั่งทำงานในอาคารเป็นหลัก ไม่ได้เน้นมองไกลแบบขับรถ มี 2 รุ่นคือ E-LIFE PRO HOME&OFFICE (ปรับระยะโฟกัสได้ทั้งงานใกล้และกลาง) และ E-LIFE PRO READ (เน้นมองใกล้เป็นพิเศษ เหมาะกับคนที่นั่งโต๊ะทำงานทั้งวัน)
ช่วงราคา: 6,300 – 26,100 บาท/คู่
กลุ่มที่ 4: เลนส์สำเร็จรูป (Stock Lens)
เป็นเลนส์ชั้นเดียวที่ผลิตไว้ล่วงหน้าตามค่าสายตามาตรฐาน ไม่ได้สั่งตัดเฉพาะบุคคล จึงได้เลนส์เร็วและราคาย่อมเยาที่สุดในแคตตาล็อก ช่วงค่าสายตาที่ทำได้ขึ้นกับตัวเลือกและดัชนีที่เลือก โดยรวมอยู่ระหว่าง +6.00 ถึง -12.00 และรองรับค่าสายตาเอียงได้ถึง -3.00 ในบางช่วง ส่วนช่วงค่าสายตาสูงสุดของแต่ละตัวเลือกจะไม่มีค่าสายตาเอียงให้เลือก
ช่วงราคา: 3,900 – 17,400 บาท/คู่ (3,900 บาท คือเลนส์ Nikon ที่ราคาถูกที่สุดในแคตตาล็อกทั้งหมด)
ข้อสำคัญของกลุ่มนี้คือ แคตตาล็อกของผู้ผลิตระบุไว้ว่าราคาในตารางของเลนส์สำเร็จรูป ยังไม่รวมค่าสายตาและค่าสายตาเอียง ต่างจากกลุ่มสั่งตัดที่ราคาในตารางเป็นราคาเต็มตามดัชนีและตัวเลือกที่เลือกแล้ว ถ้าสนใจกลุ่มนี้ให้สอบถามราคาสุทธิตามค่าสายตาจริงของคุณที่สาขา
แล้วควรเริ่มดูกลุ่มไหนก่อน
- ยังไม่มีปัญหาสายตายาวตามวัย แค่สายตาสั้น/เอียงทั่วไป เริ่มดูกลุ่มเลนส์ชั้นเดียวก่อน ถ้าค่าสายตาไม่เกิน -12.00 และตาเอียงไม่เกิน -2.00 เลนส์สำเร็จรูปจะประหยัดที่สุด แต่ถ้าอยากได้เลนส์บางเบาสั่งตัดเฉพาะค่าสายตาตัวเอง ให้ดู LITE AS Z
- เริ่มมีอาการมองใกล้ไม่ชัด ต้องถอดแว่นอ่านหนังสือ นี่คือสัญญาณของสายตายาวตามวัย ให้เริ่มดูกลุ่มโปรเกรสซีฟ ถ้างบจำกัดเริ่มที่ PRESIO FIRST หรือ CLASSIC DIGITAL ได้เลย
- นั่งจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน ตาล้าบ่อย ให้ดูกลุ่มเลนส์ชั้นเดียวที่มีโซนช่วยมองใกล้ (RELAXSEE Z / SEEMAX RELAXSEE Z) หรือกลุ่มเลนส์ออฟฟิศ (E-Life Pro) แล้วแต่ว่ายังต้องมองไกลชัดด้วยหรือเน้นงานใกล้เป็นหลัก
- สายตาสั้นมาก อยากได้เลนส์บางเบาไม่ให้ตาดูเล็ก ให้ดู MYOPSEE Z ซึ่งเป็นเลนส์ชั้นเดียวสำหรับคนสายตาสั้นมากโดยเฉพาะ (ไม่ใช่เลนส์ควบคุมสายตาสั้นในเด็ก แต่เป็นเลนส์แก้ไขสายตาให้บางเบาและดูเป็นธรรมชาติขึ้น)
ไม่ว่าจะเข้าข่ายกลุ่มไหน วิธีที่ชัวร์ที่สุดคือแวะไปที่สาขา GIFTGREATS ใกล้บ้าน ให้ทีมงานช่วยดูค่าสายตาและไลฟ์สไตล์การใช้งานจริงประกอบการเลือก เพราะบางทีค่าสายตาตัวเลขเดียวกัน แต่ไลฟ์สไตล์ต่างกัน ก็อาจเหมาะกับเลนส์คนละรุ่นได้
บทความอื่นเกี่ยวกับเลนส์ Nikon
- เลนส์โปรเกรสซีฟ Nikon เลือกรุ่นไหนดี จ่ายเพิ่มได้อะไร
- โค้ตติ้ง SeeCoat ของ Nikon ต่างกันยังไง
- เลนส์ Transitions Nikon เปลี่ยนสีแบบไหนควรเลือก
- เลนส์ทำงานคอมพิวเตอร์ Nikon RelaxSee กับ E-Life Pro
คำถามที่พบบ่อย
เลนส์ Nikon ดีไหม เทียบกับแบรนด์อื่นในตลาด
Nikon เป็นผู้ผลิตเลนส์ที่มีเทคโนโลยีเฉพาะของตัวเอง เช่น Z-Contrast Technology ที่นำวิธีประเมินคอนทราสต์จากกล้อง Nikon มาปรับใช้กับการออกแบบเลนส์ (ตามข้อมูลของ Nikon) และมีเลนส์ให้เลือกหลายระดับราคาตั้งแต่รุ่นประหยัดไปจนถึงรุ่นปรับแต่งเฉพาะบุคคล ทาง GIFTGREATS ไม่ขอเปรียบเทียบกับแบรนด์อื่นโดยตรง แนะนำให้ลองมาสัมผัสและปรึกษาที่สาขาเพื่อดูว่าเหมาะกับสายตาและไลฟ์สไตล์ของคุณหรือไม่
ราคาเลนส์ Nikon ที่บอกในบทความนี้รวมอะไรบ้าง
เป็นราคาแนะนำของผู้ผลิตต่อคู่เท่านั้น ยังไม่รวมกรอบแว่นและยังไม่หักส่วนลดของร้าน ราคาจริงที่จ่ายเมื่อซื้อที่สาขาจะถูกกว่าราคาที่แสดง สามารถดูราคาเต็มทุกรุ่นทุกตัวเลือกได้ที่หน้า ราคาเลนส์ Nikon
ราคานี้รวมค่าสายตาและค่าสายตาเอียงหรือยัง
สำหรับเลนส์กลุ่มสั่งตัดทุกรุ่น ราคาในตารางเป็นราคาเต็มตามรุ่น ดัชนีหักเห โค้ตติ้ง และตัวเลือกเลนส์ที่เลือกแล้ว ไม่ได้คิดค่าสายตาเพิ่มอีก ยกเว้นกลุ่มเลนส์สำเร็จรูป (Single Vision Stock Lens) ที่แคตตาล็อกของผู้ผลิตระบุไว้ว่ายังไม่รวมค่าสายตาและค่าสายตาเอียง กลุ่มนี้กลุ่มเดียวที่ต้องสอบถามราคาสุทธิตามค่าสายตาจริงที่สาขา
GIFTGREATS มีกี่สาขา ไปลองเลนส์ที่ไหนได้บ้าง
GIFTGREATS มีทั้งหมด 8 สาขา สามารถแวะเข้าไปลองกรอบแว่นและปรึกษาเรื่องเลนส์กับทีมงานได้ทุกสาขา
เลนส์ Nikon รุ่นไหนเหมาะกับคนสายตาสั้นมาก
รุ่นที่รองรับค่าสายตาสั้นสูงสุดในแคตตาล็อก ได้แก่ SEEMAX INFINITE Z และ LITE AS Z (รองรับได้ถึง -19.00 ที่ดัชนี 1.74) ส่วน MYOPSEE Z ออกแบบมาสำหรับคนสายตาสั้นมากโดยเฉพาะ เน้นความบางเบาและลักษณะที่ดูเป็นธรรมชาติ แต่ไม่ใช่เลนส์ควบคุมสายตาสั้นในเด็ก
เลนส์โปรเกรสซีฟกับเลนส์ชั้นเดียวต่างกันอย่างไร
เลนส์ชั้นเดียวมีกำลังมองเดียวทั่วทั้งแผ่น เหมาะกับคนสายตาสั้น ยาว หรือเอียงทั่วไป ส่วนเลนส์โปรเกรสซีฟรวมกำลังมองไกล กลาง และใกล้ไว้ในเลนส์เดียวแบบไม่มีรอยต่อ เหมาะกับคนที่เริ่มมีสายตายาวตามวัยแต่ยังอยากมองไกลชัดในแว่นคู่เดียว
Leave A Comment