คำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดหน้าร้านแว่นคือ เลนส์ไหนดีที่สุด คำตอบที่ตรงที่สุดคือไม่มีเลนส์ไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน เพราะเลนส์ที่เหมาะกับคนอายุยี่สิบกว่าที่นั่งหน้าจอทั้งวัน กับเลนส์ที่เหมาะกับคนอายุห้าสิบที่ต้องขับรถและอ่านเอกสารสลับกัน เป็นคนละโจทย์กัน บทความนี้จะไล่ให้เห็นว่าการเลือกประเภทเลนส์เริ่มจากคำถามแค่ไม่กี่ข้อ คือตอนนี้ตาของคุณอยู่ในช่วงวัยไหน ใส่แว่นทั้งวันหรือเฉพาะบางเวลา และรู้สึกล้าตาเวลาทำงานใกล้บ่อยแค่ไหน ก่อนจะไปถึงตรงนั้น ขอเริ่มจากสองเรื่องพื้นฐานที่ช่วยให้คุยกับร้านแว่นได้ตรงขึ้น คือการมองชัดแปลว่าอะไร และแว่นทำให้ชัดได้อย่างไร

มองชัดแปลว่าอะไร ตัวเลข 20/20 บอกอะไรเรา

เวลาตรวจสายตาด้วยแผ่นตัวอักษรที่ตัวหนังสือเล็กลงเรื่อย ๆ สิ่งที่วัดคือความคมชัดของการมองเห็น ผลมักเขียนเป็นเศษส่วน เช่น 20/20 ในระบบฟุต หรือ 6/6 ในระบบเมตร ตัวเลขด้านบนคือระยะที่คุณยืนอ่าน ประมาณ 20 ฟุตหรือ 6 เมตร ส่วนตัวเลขด้านล่างคือระยะที่คนสายตามาตรฐานอ่านแถวเดียวกันนั้นได้

การตรวจวัดสายตาด้วยเครื่องวัดสายตา ที่ร้านแว่นตา GIFTGREATS สาขาพระราม 2

ถ้าผลเป็น 20/20 แปลว่าที่ระยะ 20 ฟุต คุณอ่านแถวที่คนสายตามาตรฐานอ่านได้ที่ระยะเดียวกัน ถ้าผลเป็น 20/40 แปลว่าแถวที่คุณอ่านได้ที่ 20 ฟุต คนสายตามาตรฐานอ่านได้ตั้งแต่ระยะ 40 ฟุต หรือพูดง่าย ๆ คือคุณต้องเข้าไปใกล้กว่าเขาเท่าตัวจึงจะเห็นชัดเท่ากัน ตัวเลข 20/20 จึงเป็นเกณฑ์มาตรฐาน ไม่ได้แปลว่าสายตาสมบูรณ์แบบ และบางคนมองได้ละเอียดกว่านั้น

อีกเรื่องที่ควรรู้คือ ตัวเลขจากแผ่นตัวอักษรบอกได้แค่ความคมชัดตอนมองนิ่ง ๆ ในห้องตรวจ ชีวิตจริงยังต้องใช้ตาอีกหลายแบบ เช่น ขับรถตอนกลางคืนซึ่งต้องอาศัยการปรับตัวกับแสงน้อย ข้ามถนนซึ่งต้องเห็นรถที่เข้ามาจากด้านข้าง หรือหยิบของและกะระยะซึ่งต้องใช้สองตาทำงานประสานกัน คนที่อ่านแผ่นตัวอักษรได้ครบจึงยังอาจมีเรื่องอื่นที่ควรตรวจ เช่น การมองเห็นสี หรือการเพ่งสลับระยะใกล้ไกล

นี่คือเหตุผลที่การตรวจสายตาที่ดีไม่ได้จบแค่อ่านแผ่นตัวอักษร และทำไมถ้ามีอาการอย่างเห็นภาพซ้อน มองเห็นแคบลง หรือสายตาเปลี่ยนเร็วผิดปกติ ควรพบจักษุแพทย์ เพราะแว่นช่วยได้เฉพาะเรื่องการโฟกัสภาพ ไม่ได้รักษาโรคตา

แว่นทำให้ชัดได้อย่างไร

แว่นทำงานด้วยการหักเหแสง เวลาแสงผ่านจากอากาศเข้าไปในวัสดุโปร่งใส ทิศทางของแสงจะเปลี่ยนไป ลองนึกถึงก้นสระว่ายน้ำที่ดูตื้นกว่าความจริง นั่นคือผลของการหักเห ส่วนเลนส์ใช้ความโค้งของผิวกำหนดว่าจะให้แสงหักเหมากหรือน้อยแค่ไหน ดวงตาเองก็มีตัวหักเหแสงอยู่แล้ว คือกระจกตาด้านหน้าและเลนส์แก้วตาด้านใน ซึ่งทำหน้าที่รวมแสงให้ไปตกเป็นภาพคมบนจอประสาทตา ถ้าจุดรวมแสงคลาดไป ภาพก็เบลอ แว่นจึงเป็นเลนส์อีกชั้นที่ช่วยเลื่อนจุดรวมแสงให้กลับมาตรงตำแหน่ง

  • สายตาสั้น แสงรวมกันเร็วเกินไป ตกก่อนถึงจอประสาทตา จึงมองไกลไม่ชัด เลนส์ที่ใช้เป็นเลนส์ลบ (ค่า SPH ติดลบ) ซึ่งขอบหนากว่ากลางเลนส์ ยิ่งค่าสายตาสูง ขอบเลนส์ยิ่งหนา
  • สายตายาวแต่กำเนิด จุดรวมแสงเลยไปอยู่หลังจอประสาทตา ตาต้องเพ่งช่วยตลอด มองใกล้จึงเหนื่อยหรือไม่ชัด เลนส์ที่ใช้เป็นเลนส์บวก ซึ่งกลางเลนส์หนากว่าขอบ
  • สายตาเอียง ความโค้งของกระจกตาไม่เท่ากันในแต่ละแนว ภาพจึงพร่าหรือยืด แก้ด้วยเลนส์ที่มีกำลังต่างกันในแต่ละแนว ค่านี้คือ CYL และ AXIS บนใบวัดสายตา
  • สายตายาวตามวัย เลนส์แก้วตาแข็งตัวขึ้นตามอายุ ปรับรูปเพื่อโฟกัสระยะใกล้ได้น้อยลง จึงเกิดได้แม้กับคนที่เคยสายตาปกติ แก้ด้วยการเพิ่มกำลังสำหรับมองใกล้ ซึ่งบนใบวัดสายตาคือค่า ADD

ถ้าอยากอ่านค่าบนใบวัดสายตาของตัวเองให้เข้าใจ ดูต่อได้ที่ อ่านค่าสายตา SPH CYL AXIS อย่างไร

หลักการหักเหแสงนี้ไม่ได้เปลี่ยนมาหลายร้อยปี สิ่งที่เปลี่ยนคือวัสดุที่บางและเบาลง และวิธีคำนวณผิวเลนส์ที่ละเอียดขึ้น จนผู้ผลิตออกแบบเลนส์แยกตามลักษณะการใช้ตาได้ เช่น เลนส์สำหรับคนจ้องจอทั้งวัน หรือเลนส์ที่เน้นระยะโต๊ะทำงาน ตรงนี้เองที่ทำให้การเลือกเลนส์มีตัวเลือกมากกว่าแค่ค่าสายตา

สามเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับตัวเองก่อนเลือกเลนส์

  1. ช่วงวัยของสายตา ยังอ่านใกล้ได้สบาย เริ่มต้องถือมือถือห่างออกไป หรือใส่เลนส์หลายระยะมาหลายปีแล้ว
  2. รูปแบบการใส่แว่น ต้องใส่ตั้งแต่ตื่นจนเข้านอน หรือหยิบมาใส่เฉพาะตอนทำงาน อ่านหนังสือ หรือขับรถ
  3. อาการหลังทำงานระยะใกล้ ตาปกติดี มีล้าบ้างเป็นบางวัน หรือล้าจนรู้สึกได้แทบทุกวัน

เมื่อรู้สามเรื่องนี้แล้ว จะแบ่งคนได้คร่าว ๆ เป็นสามกลุ่ม และแต่ละกลุ่มมีเลนส์ที่ควรพิจารณาต่างกัน ทั้งนี้เป็นแนวทางสำหรับเตรียมตัวก่อนคุยกับร้าน ไม่ได้แทนผลตรวจสายตาจริง

กลุ่มที่ 1 ยังไม่มีสายตายาวตามวัย

กลุ่มนี้คือคนที่ยังอ่านใกล้ได้ชัด ส่วนใหญ่อายุยังไม่ถึงราว 35 ถึง 40 ปี ใบวัดสายตามีเฉพาะค่าสำหรับมองไกล

เลนส์ TOG Ultimate EYE-PREMIUM ดัชนี 1.60 ที่บางกว่าดัชนี 1.50 บนกรอบโลหะทรงกลม
เทียบความหนาเลนส์ดัชนี 1.60 กับ 1.50 (เลนส์ TOG) ดัชนีความบางคือจุดที่ควรเลือกต่อหลังเลือกประเภทเลนส์
  • ใส่แว่นทั้งวัน และไม่ค่อยล้าตา เลนส์ชั้นเดียวสำหรับมองไกลใช้ได้กับทุกกิจกรรม เป็นทางเลือกที่ตรงและคุ้มที่สุด จุดที่ควรเลือกต่อคือดัชนีความบางและโค้ตติ้ง อ่านเรื่องดีไซน์เลนส์ได้ที่ เลนส์ Aspheric กับ Spherical ต่างกันอย่างไร
  • ใส่แว่นทั้งวัน แต่ตาล้าหลังทำงานใกล้อยู่เป็นประจำ เลนส์ชั้นเดียวยังเป็นพื้นฐาน แต่มีอีกทางเลือกคือเลนส์ชั้นเดียวที่เติมกำลังบวกเล็กน้อยไว้ช่วงล่างของเลนส์ ส่วนบนยังเป็นค่าสายตามองไกลตามปกติ ตอนก้มดูจอหรือเอกสาร ตาจึงไม่ต้องเพ่งเองทั้งหมด
  • ใส่เป็นบางเวลา ค่าสายตาต่ำ ถ้าไม่มีอาการล้า เลนส์ชั้นเดียวทั่วไปก็เพียงพอ ถ้าล้าตาจากงานใกล้ เลนส์ชั้นเดียวแบบมีกำลังช่วยการเพ่งอาจเป็นคู่ที่ใส่ได้ตลอดวันโดยไม่ต้องถอดเข้าออก

เลนส์ชั้นเดียวที่มีกำลังช่วยการเพ่งมีหลายแบรนด์ เช่น Essilor Eyezen, HOYA Sync III, ZEISS SmartLife Digital และ Nikon RelaxSee แต่ละแบรนด์ใช้ชื่อและระดับกำลังช่วยต่างกัน ควรให้ผู้ตรวจสายตาช่วยเทียบจากค่าจริงของคุณ

กลุ่มที่ 2 เริ่มมีสายตายาวตามวัย

กลุ่มนี้มักเริ่มสังเกตตั้งแต่อายุราว 35 ปีขึ้นไป อาการที่พบบ่อยคือต้องยืดแขนถือโทรศัพท์ อ่านตัวหนังสือเล็กในที่แสงน้อยไม่ชัด หรือสลับจากจอไปมองไกลแล้วต้องรอโฟกัส ความสามารถในการเพ่งลดลงเป็นเรื่องปกติของทุกคน แต่ช่วงเวลาที่เริ่มรู้สึกต่างกันไป

เลนส์โปรเกรสซีฟ TOG Ultimate EYE-PREMIUM บนกรอบ Ray-Ban RB3774VD ออกแบบโซนมองใกล้สำหรับหน้าจอมือถือ
ตัวอย่างเลนส์หลายระยะที่ออกแบบโซนมองใกล้สำหรับมือถือ (ในภาพคือ TOG Ultimate EYE-PREMIUM)

ช่วงแรกที่ใบวัดสายตายังไม่มีค่า ADD

  • ถ้าใบวัดมีเฉพาะค่ามองไกลและไม่ค่อยล้าตา เลนส์ชั้นเดียวยังใช้ได้กับทุกกิจกรรม
  • ถ้าเริ่มล้าตาเวลาทำงานใกล้ เลนส์ชั้นเดียวที่มีกำลังช่วยการเพ่งเป็นตัวเลือกที่ยังรักษาการมองไกลไว้ได้
  • ถ้าใบวัดมีเฉพาะค่ามองใกล้ เช่น คนที่มองไกลชัดดีแต่อ่านหนังสือไม่ชัด แว่นสำหรับมองใกล้อย่างเดียวคือคำตอบที่ตรงที่สุด ข้อควรรู้คือแว่นอ่านหนังสือจะทำให้มองไกลพร่า จึงใช้เฉพาะตอนอ่าน

ช่วงที่ได้ค่า ADD ครั้งแรก

เมื่อผู้ตรวจสายตาให้ค่า ADD เป็นครั้งแรก เรื่องที่ต้องคิดต่อคือในแต่ละวันคุณสลับระหว่างระยะไกลกับระยะใกล้บ่อยแค่ไหน เช่น เดินในห้างแล้วต้องก้มอ่านฉลากสินค้า ประชุมแล้วต้องมองสไลด์สลับกับจดโน้ต หรือขับรถแล้วต้องเหลือบดูหน้าปัดและแผนที่

  • ต้องสลับไกลกับใกล้ตลอดวัน เลนส์โปรเกรสซีฟให้ทั้งไกล กลาง และใกล้ในเลนส์คู่เดียว เป็นทางที่สะดวกที่สุดสำหรับคนที่อยากใส่แว่นคู่เดียวทั้งวัน อ่านการเปรียบเทียบแบรนด์ได้ที่ เลนส์โปรเกรสซีฟยี่ห้อไหนดี
  • ใช้งานส่วนใหญ่ในอาคาร และไม่ต้องมองไกลมาก เลนส์ทำงานหรือเลนส์ออฟฟิศให้พื้นที่มองระยะกลางและใกล้กว้างกว่า เหมาะกับงานโต๊ะ ประชุม และหน้าจอ เช่น Varilux Digitime หรือ TOG Maxima Pro อ่านความต่างเพิ่มได้ที่ เลนส์ชั้นเดียวกับ Office Lens
  • ถ้านี่เป็นเลนส์หลายระยะคู่แรก ช่วงแรกอาจต้องใช้เวลาหาตำแหน่งมองที่ชัดในแต่ละระยะ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ควรบอกร้านตั้งแต่ต้นเพื่อให้เลือกดีไซน์และวัดตำแหน่งกรอบอย่างละเอียด

ถ้ายังลังเลระหว่างแว่นอ่านหนังสือกับโปรเกรสซีฟ บทความ สายตายาวตามวัยเริ่มเมื่อไร เลือกแว่นอ่านหนังสือหรือเลนส์โปรเกรสซีฟ ลงรายละเอียดไว้แล้ว

กลุ่มที่ 3 ใส่เลนส์หลายระยะมาหลายปีแล้ว

คนกลุ่มนี้ใช้โปรเกรสซีฟจนชินแล้ว รู้ว่าจะมองไกลต้องมองผ่านส่วนบน จะอ่านต้องลดสายตาลงมาส่วนล่าง แต่เมื่อค่า ADD เพิ่มขึ้นตามอายุ ช่วงที่ชัดสำหรับระยะจอคอมและระยะอ่านมักรู้สึกแคบลง สัญญาณที่พบบ่อยคือต้องเชิดคางขึ้นเพื่ออ่านจอ ต้องขยับหัวไปมาหาจุดชัด หรือปวดต้นคอหลังนั่งทำงานนาน ๆ

  • แทบไม่มีอาการเหล่านี้ เลนส์โปรเกรสซีฟยังเหมาะเป็นแว่นหลัก อาจเปลี่ยนรุ่นให้ตรงพฤติกรรมมากขึ้นเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนเลนส์
  • มีอาการอยู่บ้าง แต่ยังต้องมองไกลเป็นประจำ ใช้โปรเกรสซีฟเป็นแว่นหลัก แล้วเพิ่มแว่นเลนส์ออฟฟิศอีกคู่ไว้ใช้ทำงานในอาคาร
  • มีอาการเป็นประจำ และแทบไม่ต้องมองไกลในแต่ละวัน เลนส์ออฟฟิศเพียงคู่เดียวอาจตอบโจทย์กว่า เช่น คนที่ทำงานโต๊ะเป็นหลักและไม่ได้ขับรถ

สรุปเป็นตาราง

สถานการณ์ ประเภทเลนส์ที่ควรพิจารณา ดูราคา
ยังไม่มีสายตายาวตามวัย ใส่แว่นทั้งวัน ไม่ล้าตา เลนส์ชั้นเดียวสำหรับมองไกล ราคาเลนส์ทุกแบรนด์
ยังไม่มีสายตายาวตามวัย แต่ล้าตาจากงานใกล้ เลนส์ชั้นเดียวที่มีกำลังช่วยการเพ่ง Essilor · HOYA · ZEISS · Nikon
อายุ 35 ขึ้นไป มีเฉพาะค่ามองใกล้ แว่นสำหรับมองใกล้อย่างเดียว (เลนส์ชั้นเดียวตามค่ามองใกล้) ราคาเลนส์ทุกแบรนด์ · Hitop · TOKAI
ได้ค่า ADD ครั้งแรก ต้องสลับไกลใกล้ทั้งวัน เลนส์โปรเกรสซีฟ Essilor · HOYA · Shamir · TOG
ได้ค่า ADD ครั้งแรก ทำงานในอาคารเป็นหลัก เลนส์ออฟฟิศหรือเลนส์ทำงาน Essilor · HOYA · ZEISS · TOG
ใส่โปรเกรสซีฟมานาน รู้สึกพื้นที่มองใกล้แคบ โปรเกรสซีฟเป็นคู่หลัก และเลนส์ออฟฟิศเป็นคู่เสริม ราคาเลนส์ทุกแบรนด์

หน้า ราคาเลนส์แว่นตา ของ GIFTGREATS รวมเลนส์ 8 แบรนด์ คือ Essilor, TOG, TOKAI, HOYA, Shamir, Nikon, Hitop และ ZEISS ราคาเลนส์ชั้นเดียวเริ่มต้น 300 บาทต่อคู่ และเลนส์โปรเกรสซีฟเริ่มต้น 1,200 บาทต่อคู่ ตัวอย่างจากหน้า Essilor เช่น Crizal Single Vision Stock เริ่มต้น 870 บาท Eyezen Start (Rx) เริ่มต้น 5,100 บาท Varilux Digitime เริ่มต้น 7,500 บาท และ Varilux Start เริ่มต้น 9,900 บาท ทุกราคาเป็นราคาแนะนำของผู้ผลิตต่อคู่ ยังไม่รวมกรอบ

ถ้าเป็นเด็ก หรือมีอาการผิดปกติ

แผนผังข้างต้นเขียนสำหรับผู้ใหญ่ เด็กที่สายตาสั้นเป็นอีกโจทย์หนึ่ง เพราะมีเลนส์ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลสายตาสั้นในเด็กโดยเฉพาะ และต้องติดตามผลกับผู้เชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่อง อ่านเพิ่มได้ที่ เลนส์สำหรับเด็กสายตาสั้น Stellest กับ MiYOSMART ต่างกันอย่างไร

ส่วนผู้ใหญ่ที่มีอาการอย่างเห็นแสงแฟลชหรือจุดลอยเพิ่มขึ้นทันที ตามัวลงเร็ว ปวดตามาก เห็นภาพซ้อน หรือมองเห็นแคบลง ไม่ควรเริ่มจากการเปลี่ยนเลนส์ ควรพบจักษุแพทย์ก่อน

คำถามที่พบบ่อย

สายตา 20/20 แปลว่าสายตาดีสมบูรณ์หรือเปล่า

ไม่ใช่ 20/20 หรือ 6/6 แปลว่าที่ระยะราว 6 เมตร คุณอ่านแถวตัวอักษรที่คนสายตามาตรฐานอ่านได้ที่ระยะเดียวกัน เป็นเกณฑ์วัดความคมชัดเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นอย่างการมองเห็นสี การมองเห็นด้านข้าง การทำงานร่วมกันของสองตา และสุขภาพภายในดวงตา ต้องตรวจแยกต่างหาก

อายุเท่าไรถึงควรเริ่มคิดเรื่องเลนส์สำหรับสายตายาวตามวัย

หลายคนเริ่มรู้สึกตั้งแต่อายุราว 35 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะคนที่ใช้หน้าจอหรืออ่านหนังสือมาก แต่ไม่มีอายุตายตัว สัญญาณที่ควรสังเกตคือต้องยืดแขนอ่าน อ่านในที่แสงน้อยไม่ชัด หรือล้าตาหลังทำงานใกล้ ควรตรวจสายตาเพื่อดูว่าต้องการค่า ADD แล้วหรือยัง

ไม่ได้สายตายาวตามวัย แต่ล้าตาจากคอมพิวเตอร์ ต้องใช้เลนส์พิเศษไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป ขั้นแรกคือตรวจให้แน่ใจว่าค่าสายตาปัจจุบันถูกต้อง รวมถึงค่าสายตาเอียงเล็กน้อย จากนั้นจึงพิจารณาเลนส์ชั้นเดียวที่มีกำลังช่วยการเพ่ง ควบคู่กับการจัดระยะจอ แสงในห้อง และการพักสายตา ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นควรพบจักษุแพทย์

เลนส์ออฟฟิศกับเลนส์โปรเกรสซีฟ ต่างกันอย่างไร

เลนส์โปรเกรสซีฟให้ทั้งไกล กลาง และใกล้ในคู่เดียว เหมาะกับคนที่ต้องใส่แว่นคู่เดียวทั้งวันรวมถึงตอนขับรถ ส่วนเลนส์ออฟฟิศเน้นระยะกลางและใกล้ ให้พื้นที่มองจอและเอกสารกว้างกว่า แต่มองไกลไม่ชัดเท่า จึงเหมาะกับงานในอาคารหรือเป็นแว่นคู่ที่สอง

มีสายตาสั้นอยู่แล้ว แล้วเริ่มอ่านใกล้ไม่ชัด ต้องทำอย่างไร

เป็นเรื่องที่พบได้บ่อย คนสายตาสั้นบางคนถอดแว่นแล้วอ่านใกล้ได้ จึงรู้สึกช้ากว่าคนอื่น แต่เมื่อต้องการทั้งมองไกลและมองใกล้โดยไม่ถอดแว่น ควรตรวจสายตาเพื่อดูค่า ADD แล้วเลือกระหว่างเลนส์โปรเกรสซีฟ เลนส์ออฟฟิศ หรือเลนส์ชั้นเดียวที่มีกำลังช่วยการเพ่ง ตามระยะที่ใช้งานจริง

ถ้าอยากให้ช่วยไล่คำถามเหล่านี้กับค่าสายตาจริงของคุณ แวะมาที่ GIFTGREATS ได้ทั้ง 8 สาขา คือ พระราม 2, ศาลายา, อุดมสุข (สุขุมวิท 103), เกษตร บางเขน, บางใหญ่, เดอะโฟร์ท สาย 4, ปิ่นเกล้า และชลบุรี (อมตะนคร) วัดสายตาทั่วไปได้ทันทีที่หน้าร้าน ส่วนการตรวจกับนักทัศนมาตรไม่มีค่าใช้จ่ายแต่ต้องนัดล่วงหน้า นำแว่นคู่เดิมมาด้วยจะช่วยให้เทียบได้ง่ายขึ้น

ดูกรอบแว่นทั้งหมด · ลองแว่นผ่านกล้อง · ราคาเลนส์