เลนส์โปรเกรสซีฟ (Progressive Lens) คือเลนส์ที่รวมกำลังมองไกล กลาง และใกล้ ไว้ในเลนส์แผ่นเดียวแบบไล่ระดับต่อเนื่อง ไม่มีเส้นแบ่งให้เห็นเหมือนแว่นสองชั้นสมัยก่อน เหมาะกับคนที่เริ่มมีสายตายาวตามวัย (มองใกล้ไม่ชัด ต้องยืดแขนอ่านหนังสือ) แต่ยังอยากมองไกลชัดในแว่นคู่เดียวกัน
Nikon มีเลนส์โปรเกรสซีฟให้เลือก 6 รุ่นที่ GIFTGREATS คือ CLASSIC DIGITAL, PRESIO FIRST, PRESIO ADVANCE Z, PRESIO POWER Z, PRESIO MASTER Z และ SEEMAX ULTIMATE Z ไล่ระดับตั้งแต่รุ่นประหยัดไปถึงรุ่นปรับแต่งเฉพาะบุคคลสูงสุด บทความนี้จะพาไล่ทีละขั้นว่าจ่ายเพิ่มแล้วได้อะไรเพิ่มขึ้นบ้าง
ราคาทั้งหมดที่ยกมาเป็น ราคาแนะนำของผู้ผลิตต่อคู่ ยังไม่รวมกรอบแว่น และยังไม่หักส่วนลดของร้าน ราคาจริงหน้าสาขาจะถูกกว่านี้ ดูราคาเต็มทุกตัวเลือกได้ที่ ราคาเลนส์ Nikon หรือ หน้ารวมราคาเลนส์ทุกแบรนด์
ไต่ระดับเลนส์โปรเกรสซีฟ Nikon (ตัวอย่างที่ดัชนี 1.60 พร้อม Pure Blue UV และ SeeCoat Next แบบสั่งมาตรฐาน)
| รุ่น | ราคา/คู่ |
|---|---|
| PRESIO FIRST | 12,900 บาท |
| PRESIO ADVANCE Z | 17,700 บาท |
| PRESIO POWER Z | 26,700 บาท |
| PRESIO MASTER Z | 41,600 บาท |
| SEEMAX ULTIMATE Z | 56,000 บาท |
ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างที่เงื่อนไขเดียวกันทุกรุ่นเพื่อให้เทียบกันง่าย ราคาจริงจะขยับขึ้นลงตามดัชนีหักเหและตัวเลือกเลนส์ที่เลือก
PRESIO FIRST — เริ่มต้นสำหรับคนใส่โปรเกรสซีฟครั้งแรก
เป็นเลนส์โปรเกรสซีฟระดับเริ่มต้นของ Nikon ออกแบบมาสำหรับผู้สวมใส่ครั้งแรกและคนที่เพิ่งเริ่มมีสายตายาวตามวัยในระยะแรก ใช้เทคโนโลยีที่ชื่อ VIEWFIT ซึ่งพิจารณาพารามิเตอร์ดวงตาของแต่ละคน ตำแหน่งมองใกล้ และความโค้งของกรอบแว่น เพื่อให้ปรับตัวกับเลนส์โปรเกรสซีฟได้ราบรื่นขึ้น (ตามข้อมูลของ Nikon) เหมาะกับคนที่กังวลว่าใส่โปรเกรสซีฟครั้งแรกแล้วจะเวียนหัวหรือปรับตัวยาก
ราคาเริ่มต้น: 9,900 บาท/คู่ (ดัชนี 1.50) ไปจนถึง 29,400 บาท/คู่
PRESIO ADVANCE Z — มองเห็นกว้างสมดุลจากทุกมุม
รุ่นนี้อยู่ในกลุ่ม “Z Series Progressives” ที่ Nikon เปิดตัวโดยใช้ Nikon Optical Design Engine Z และ Z-Contrast Technology (ตามข้อมูลของ Nikon) เน้นการมองเห็นกว้างและชัดจากทุกมุมมอง โซนการมองเห็นมีความสมดุลมากขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นเริ่มต้น เหมาะกับคนที่ต้องการเลนส์โปรเกรสซีฟที่ใช้งานได้หลากหลายสถานการณ์ในราคาที่ยังจับต้องได้
ราคา: 13,500 – 36,300 บาท/คู่
PRESIO POWER Z — สำหรับคนค่าสายตายาวตามวัยสูง (Add สูง)
ดีไซน์นุ่มนวลกว่ารุ่นก่อนหน้า เหมาะกับผู้ที่มีค่าเพิ่มสำหรับมองใกล้ (Add) สูง โดยควบคุมทิศทางและความรุนแรงของสายตาเอียงด้านข้างอย่างมีกลยุทธ์ เพื่อลดความคลาดเลนส์บริเวณขอบล่างของเลนส์ (ตามข้อมูลของ Nikon) ถ้าคุณใส่โปรเกรสซีฟมาสักพักแล้วรู้สึกว่าค่าสายตาต้องปรับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ รุ่นนี้ออกแบบมารองรับตรงจุดนี้
ราคา: 20,100 – 55,800 บาท/คู่
PRESIO MASTER Z — ควบคุมความคลาดละเอียด ลดความเครียดทางสายตา
เน้นการควบคุมความคลาดของเลนส์ (aberration) อย่างละเอียด ลดความเครียดทางสายตาในงานที่ต้องโฟกัสสูง เช่น อ่านหนังสือหรือทำงานเอกสารต่อเนื่องนาน ๆ และออกแบบให้รวมมุมมองของตาซ้าย-ขวาเข้าด้วยกันเพื่อความสมดุลในการมองสองตา (ตามข้อมูลของ Nikon) เหมาะกับคนที่ใช้สายตาหนักในแต่ละวันและต้องการความคมชัดต่อเนื่องตลอดวัน
ราคา: 32,000 – 84,700 บาท/คู่
SEEMAX ULTIMATE Z — ปรับแต่งเฉพาะบุคคลระดับสูงสุด
เป็นเลนส์โปรเกรสซีฟระดับสูงสุดของ Nikon ในกลุ่ม Z Series ปรับแต่งเฉพาะบุคคลโดยรวม “ความสามารถในการรับรู้คอนทราสต์” ของผู้สวมใส่แต่ละคนเข้าไปในการออกแบบเลนส์ ผ่านเทคโนโลยี Z-Contrast ที่นำวิธีประเมินคอนทราสต์จากกล้อง Nikon มาปรับใช้กับเลนส์ (ตามข้อมูลของ Nikon) พูดง่าย ๆ คือเลนส์รุ่นนี้จะถูกออกแบบให้ตรงกับ “ความไวต่อความคลาด” ของดวงตาคุณโดยเฉพาะ ไม่ใช่ดีไซน์เดียวที่ใช้กับทุกคน
ราคา: 43,200 – 133,500 บาท/คู่ (รุ่นและตัวเลือกที่แพงที่สุดในแคตตาล็อกเลนส์ Nikon ทั้งหมด)
CLASSIC DIGITAL — ตัวเลือกโปรเกรสซีฟราคาประหยัดที่สุด
ถ้างบประมาณจำกัดแต่ยังอยากได้เลนส์โปรเกรสซีฟ Nikon ราคาถูกที่สุดในแคตตาล็อกคือ CLASSIC DIGITAL อยู่ในกลุ่ม Value Progressive ตามแคตตาล็อกราคาของ Nikon รุ่นนี้มี corridor ให้เลือกแบบ Short 12 มม. และ Regular 14 มม. ซึ่งเป็นช่วงไล่ระดับที่สั้นกว่ากลุ่ม Z Series จึงเข้าถึงโซนอ่านหนังสือได้เร็วกว่า (corridor คือระยะไล่ระดับกำลังเลนส์จากบนลงล่าง จะอธิบายเพิ่มด้านล่าง) และรองรับค่า Add ได้ถึง 2.00 ต่างจากกลุ่ม Z Series ที่รองรับได้ถึง 4.00 ถ้าค่าสายตายาวตามวัยยังไม่สูงมาก รุ่นนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่คุ้มที่สุด
ราคา: 6,600 – 13,500 บาท/คู่ รองรับค่าสายตาสูงสุดถึง +8.00 ถึง -10.00
corridor คืออะไร ทำไมถึงมีให้เลือก 10 / 12 / 14 มม.
“Corridor” คือความยาวของช่วงที่กำลังเลนส์ไล่ระดับจากโซนมองไกลด้านบนลงไปถึงโซนมองใกล้ด้านล่าง เป็นหลักการทั่วไปของเลนส์โปรเกรสซีฟทุกแบรนด์ ไม่ใช่เฉพาะ Nikon:
- Corridor สั้น (ประมาณ 10–14 มม.) เข้าถึงโซนอ่านหนังสือได้เร็วกว่า เหมาะกับกรอบแว่นทรงเล็กหรือเตี้ย แต่โซนอ่านหนังสือจะแคบกว่า และบางคนอาจรู้สึกว่าปรับตัวยากกว่าเล็กน้อยเพราะกำลังเลนส์เปลี่ยนแปลงในระยะสั้น
- Corridor ยาว (ทั่วไปประมาณ 14–18 มม.) ให้โซนกลางและโซนอ่านหนังสือกว้างกว่า ภาพบิดเบือนด้านข้างน้อยกว่า แต่ต้องใช้กรอบแว่นที่มีความสูงเพียงพอรองรับ
ตามแคตตาล็อกราคาของ Nikon เลนส์โปรเกรสซีฟกลุ่ม Z Series (ตั้งแต่ Presio Advance Z ขึ้นไปถึง Seemax Ultimate Z) มี corridor ให้เลือก 10, 12 หรือ 14 มม. และปรับค่า Add ได้ตั้งแต่ 0.50 ถึง 4.00 ส่วน CLASSIC DIGITAL มี corridor ให้เลือก 2 แบบคือ Short 12 มม. และ Regular 14 มม. รองรับค่า Add ตั้งแต่ 0.50 ถึง 2.00
สิ่งสำคัญคือกรอบแว่นที่คุณเลือกต้องมีความสูงเพียงพอสำหรับ corridor ที่ต้องการ ถ้าเลือกกรอบทรงเล็กมากแต่ต้องการ corridor ยาว อาจใส่โซนอ่านหนังสือได้ไม่เต็มที่ ทางที่ดีที่สุดคือให้ทีมงานที่สาขาช่วยวัดและแนะนำตอนเลือกกรอบพร้อมกันไปเลย
ควรเลือกรุ่นไหนดี
ถ้าเพิ่งเริ่มใส่โปรเกรสซีฟและกังวลเรื่องการปรับตัว ให้เริ่มที่ PRESIO FIRST หรือถ้างบจำกัดจริง ๆ CLASSIC DIGITAL ก็ตอบโจทย์การอ่านหนังสือได้ดี ถ้าใช้สายตาหนักทั้งวันหรือมีค่า Add สูงแล้ว ให้ขยับไปดู PRESIO POWER Z หรือ PRESIO MASTER Z ส่วนใครที่อยากได้เลนส์ที่ออกแบบเฉพาะตามความไวสายตาของตัวเองจริง ๆ และงบไม่ใช่ปัญหา SEEMAX ULTIMATE Z คือรุ่นสูงสุด
แนะนำให้แวะไปลองที่สาขา GIFTGREATS เพื่อวัดค่าสายตาและปรึกษาไลฟ์สไตล์การใช้งานจริงกับทีมงาน เพราะค่าสายตาตัวเลขเดียวกัน แต่ไลฟ์สไตล์ต่างกัน ก็อาจเหมาะกับรุ่นเลนส์คนละแบบ
บทความอื่นเกี่ยวกับเลนส์ Nikon
- เลนส์ Nikon ดีไหม รวม 14 รุ่นที่ GIFTGREATS มีขาย
- โค้ตติ้ง SeeCoat ของ Nikon ต่างกันยังไง
- เลนส์ Transitions Nikon เปลี่ยนสีแบบไหนควรเลือก
- เลนส์ทำงานคอมพิวเตอร์ Nikon RelaxSee กับ E-Life Pro
คำถามที่พบบ่อย
เลนส์โปรเกรสซีฟ Nikon ราคาถูกที่สุดรุ่นไหน
CLASSIC DIGITAL คือเลนส์โปรเกรสซีฟ Nikon ราคาถูกที่สุดในแคตตาล็อก เริ่มต้นที่ 6,600 บาท/คู่ (ดัชนี 1.50) ส่วนเลนส์โปรเกรสซีฟแบบสั่งผลิตเฉพาะบุคคลที่ถูกที่สุดคือ PRESIO FIRST เริ่มต้นที่ 9,900 บาท/คู่
จ่ายแพงขึ้นแล้วได้อะไรเพิ่มจริง ๆ
ยิ่งจ่ายแพงขึ้น เลนส์จะยิ่งควบคุมความคลาดของภาพได้ละเอียดขึ้นและปรับให้เข้ากับลักษณะการมองของแต่ละคนมากขึ้น เช่น PRESIO POWER Z เน้นรองรับค่า Add สูง PRESIO MASTER Z เน้นลดความเครียดทางสายตาในงานโฟกัสหนัก และ SEEMAX ULTIMATE Z ออกแบบเฉพาะตามความไวต่อคอนทราสต์ของแต่ละคน (ตามข้อมูลของ Nikon) โดยทั่วไปยิ่งแพงขึ้นโซนมองเห็นจะกว้างและนุ่มนวลขึ้น ปรับตัวง่ายขึ้น
corridor คืออะไร มีผลกับการเลือกกรอบแว่นไหม
Corridor คือความยาวช่วงที่กำลังเลนส์ไล่ระดับจากมองไกลไปมองใกล้ในเลนส์โปรเกรสซีฟ มีผลโดยตรงกับกรอบแว่น เพราะกรอบต้องมีความสูงเพียงพอรองรับ corridor ที่เลือก เลนส์ Z Series ของ Nikon มี corridor ให้เลือก 10, 12 หรือ 14 มม. แนะนำให้เลือกกรอบและวัดค่า corridor ไปพร้อมกันกับทีมงานที่สาขา
ใส่โปรเกรสซีฟครั้งแรกควรเลือกรุ่นไหน
แนะนำ PRESIO FIRST ซึ่งออกแบบมาสำหรับผู้สวมใส่ครั้งแรกโดยเฉพาะ ใช้เทคโนโลยี VIEWFIT ที่พิจารณาพารามิเตอร์ดวงตาและตำแหน่งมองใกล้ของแต่ละคนเพื่อให้ปรับตัวได้ราบรื่นขึ้น (ตามข้อมูลของ Nikon)
ราคาเลนส์โปรเกรสซีฟ Nikon รวมกรอบแว่นหรือยัง
ยังไม่รวม ราคาที่ระบุทั้งหมดเป็นราคาเลนส์อย่างเดียวต่อคู่ ยังไม่รวมกรอบแว่นและยังไม่หักส่วนลดของร้าน ดูราคาเต็มทุกตัวเลือกได้ที่ หน้าราคาเลนส์ Nikon
Leave A Comment