เวลาเปิดดูสเปกกรอบแว่นบนเว็บหรือยืนฟังพนักงานอธิบายหน้าร้าน คำอย่างสะพานจมูก แป้นจมูก บานพับสปริง กึ่งไร้ขอบ หรืออะซิเตท จะโผล่มาแทบทุกประโยค ถ้าไม่รู้ว่าแต่ละคำหมายถึงชิ้นไหนของแว่น การเปรียบเทียบสองรุ่นก็กลายเป็นการเดาจากรูปถ่าย บทความนี้รวบรวมศัพท์กรอบแว่นที่ลูกค้าเจอบ่อยที่สุด จัดเป็นหมวดตามลำดับที่คุณจะได้ใช้จริง ตั้งแต่ชิ้นส่วนของกรอบ ตัวเลขบนขาแว่น ประเภทขอบ วัสดุ ไปจนถึงชื่อทรง เพื่อให้อ่านหน้าสินค้าและคุยกับช่างแว่นได้ตรงประเด็นขึ้น
ส่วนต่าง ๆ ของกรอบแว่น
กรอบแว่นหนึ่งอันแบ่งได้เป็นสองส่วนใหญ่ คือหน้าแว่นที่ยึดเลนส์ไว้ กับขาแว่นสองข้างที่พาดไปเกี่ยวหลังหู ทุกชิ้นส่วนย่อยที่พูดถึงด้านล่างอยู่ในสองส่วนนี้ และแต่ละชิ้นมีผลต่อความสบายต่างกัน

หน้าแว่น (Front) และขอบ (Rim)
หน้าแว่นคือส่วนด้านหน้าทั้งหมด รวมช่องใส่เลนส์ทั้งสองข้างและสะพานจมูกที่อยู่ตรงกลาง ส่วนขอบหมายถึงเส้นกรอบที่ล้อมเลนส์ไว้ เมื่อหน้าสินค้าระบุว่า “วัสดุหน้ากรอบ” จึงหมายถึงวัสดุของชิ้นนี้ ซึ่งเป็นชิ้นที่กำหนดน้ำหนัก ลุค และสีของแว่นมากที่สุด ขาแว่นอาจเป็นวัสดุอื่นก็ได้ เช่น HELES H7033 ที่หน้ากรอบเป็นอะซิเตท ส่วนขาเป็นไทเทเนียมผสมอะซิเตท
สะพานจมูก (Bridge)
สะพานจมูกคือช่วงที่เชื่อมเลนส์ซ้ายกับขวาและวางอยู่บนสันจมูก รูปแบบที่พบบ่อยมีสามแบบ แบบมาตรฐานมีแป้นจมูกแยกออกมารับน้ำหนัก แบบแซดเดิล (อาน) เป็นส่วนโค้งต่อเนื่องที่วางคร่อมสันจมูกโดยตรง และแบบรูกุญแจที่เว้าเป็นรูปรูกุญแจด้านบน ทำให้สะพานวางต่ำลงบนจมูก รูปแบบสะพานมีผลกับการวางสูงต่ำของแว่นมาก คนที่สันจมูกไม่สูงมักต้องดูเรื่องนี้เป็นพิเศษ อ่านต่อได้ที่ Low Bridge Fit คืออะไร
แป้นจมูก (Nose Pads) และขาแป้น (Pad Arm)
แป้นจมูกคือชิ้นรองรับขนาดเล็กที่แนบกับจมูกทั้งซ้ายและขวา ทำหน้าที่กระจายน้ำหนักของแว่นและกันไม่ให้แว่นไหล ในกรอบโลหะส่วนใหญ่ แป้นจะยึดอยู่บนก้านโลหะเล็ก ๆ เรียกว่าขาแป้น ซึ่งช่างดัดปรับองศาและระยะได้ ส่วนกรอบอะซิเตทจำนวนมากหล่อแป้นติดมากับหน้ากรอบ ปรับได้น้อยกว่า ถ้าเคยมีปัญหาแว่นกดจมูกหรือขนตาแตะเลนส์ กรอบที่มีขาแป้นปรับได้มักแก้ได้ง่ายกว่า แป้นจมูกเป็นอะไหล่ที่เปลี่ยนได้เมื่อเหลืองหรือแข็งตามอายุการใช้งาน
บานพับ (Hinge) แบบธรรมดาและแบบสปริง
บานพับคือข้อต่อระหว่างหน้าแว่นกับขาแว่นที่ให้พับเก็บได้ วิธีแยกสองแบบง่ายที่สุดคือลองกางขาแว่นออกจนสุด บานพับธรรมดาจะหยุดนิ่งที่ตำแหน่งนั้น ส่วนบานพับสปริง (บางแบรนด์เรียก flex hinge) ยังดึงขาออกไปได้อีกนิดแล้วเด้งกลับเอง เพราะมีสปริงเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ในตัวบานพับ ข้อดีที่รู้สึกได้คือใส่ถอดคล่อง ขาแว่นรัดศีรษะได้พอดีกับคนหลายขนาดหน้า และข้อต่อไม่ค่อยหลวมง่ายเวลาใส่ถอดด้วยมือเดียวบ่อย ๆ ตัวอย่างในร้านคือ Ray-Ban RB7260F ที่หน้าสินค้าระบุว่าขาแว่นใช้บานพับสปริง แต่บานพับสปริงไม่ได้แปลว่าดึงถ่างได้ไม่จำกัด ถ้าขาแว่นหลวมหรือบีบขมับ ควรให้ช่างปรับแทนการดัดเอง ดูวิธีสังเกตอาการได้ที่ แว่นกดขมับหรือแว่นไหล แก้อย่างไร
ขาแว่น (Temple) แกนขาแว่น และปลายขาแว่น
ขาแว่นคือก้านที่ยื่นจากบานพับไปพาดเหนือหู ในกรอบอะซิเตทมักมีแท่งโลหะฝังอยู่ข้างในเรียกว่าแกนขาแว่น ช่วยให้ขาแข็งแรงและทำให้ช่างดัดโค้งหลังหูได้ ส่วนปลายขาแว่นคือช่วงท้ายที่อ้อมหลังใบหู บางรุ่นหุ้มยางหรือวัสดุนุ่มเพื่อให้กระชับและไม่ลื่น ตำแหน่งที่ขาแว่นเริ่มโค้งลงสำคัญพอ ๆ กับความยาวรวม ถ้าโค้งเร็วไปจะกดหลังหู ถ้าโค้งช้าไปแว่นจะเลื่อนไปข้างหน้า
ตัวเลขบนขาแว่น เช่น 52□18-145
ด้านในขาแว่นเกือบทุกคู่จะพิมพ์ชื่อรุ่น รหัสสี และตัวเลขขนาดสามชุด บางแบรนด์เพิ่มเครื่องหมาย CE ซึ่งบอกว่าผลิตภัณฑ์ผ่านข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของสหภาพยุโรป ตัวเลขขนาดทั้งหมดมีหน่วยเป็นมิลลิเมตร
| ตัวเลข | ชื่อเรียก | ความหมาย |
|---|---|---|
| 52 | ความกว้างเลนส์ (ขนาด, A) | ความกว้างของช่องเลนส์หนึ่งข้างตามแนวนอน ไม่ใช่ความกว้างทั้งกรอบ |
| □ | สัญลักษณ์ระบบกล่อง | บอกว่าวัดแบบตีกรอบสี่เหลี่ยมรอบเลนส์ ใช้คั่นระหว่างเลขแรกกับเลขที่สอง |
| 18 | ความกว้างสะพาน (DBL) | ระยะห่างระหว่างเลนส์สองข้างตรงสะพานจมูก |
| 145 | ความยาวขาแว่น | ความยาวของขาแว่นทั้งเส้น เริ่มนับที่บานพับและรวมช่วงที่โค้งลงหลังหูด้วย |
ชุดตัวเลขนี้ช่วยเทียบกับแว่นคู่เดิมได้ดี แต่ไม่ได้บอกความสูงของเลนส์ ความกว้างหน้ากรอบรวม หรือรูปทรงสะพาน ซึ่งมีผลกับความพอดีไม่น้อยกว่ากัน หน้าสินค้าหลายรุ่นบนเว็บ GIFTGREATS จึงระบุความสูงเลนส์ และบางรุ่นระบุความกว้างหน้ากรอบไว้ในตารางสเปกด้วย อธิบายการอ่านตัวเลขแบบละเอียดไว้แล้วที่ 52-18-140 คืออะไร วิธีอ่านขนาดกรอบแว่น
ศัพท์ที่ได้ยินตอนวัดตัวประกอบแว่น
หลังเลือกกรอบได้แล้ว ช่างจะวัดค่าที่ใช้สั่งและประกอบเลนส์ คำเหล่านี้ไม่ได้พิมพ์บนกรอบ แต่จะได้ยินบ่อยตอนสั่งเลนส์
- PD หรือระยะห่างรูม่านตา ระยะจากกึ่งกลางรูม่านตาข้างหนึ่งไปอีกข้าง ใช้กำหนดตำแหน่งศูนย์กลางเลนส์ อ่านเพิ่มได้ที่ ค่า PD คืออะไร
- ความสูงจุดประกอบ (Fitting Height) ระยะจากขอบล่างของเลนส์ขึ้นมาถึงกึ่งกลางรูม่านตาขณะใส่กรอบจริง สำคัญมากสำหรับเลนส์โปรเกรสซีฟ
- มุมเทหน้าแว่น (Pantoscopic Tilt) มุมที่หน้าแว่นเอียงลงจากแนวดิ่งเมื่อสวมอยู่ ปกติจะเอียงลงเล็กน้อยเพื่อให้เลนส์รับกับการมองลงต่ำ
- มุมโค้งหน้ากรอบ (Wrap Angle) ความโค้งของหน้าแว่นที่โอบรอบใบหน้า กรอบแว่นกีฬามักโค้งมาก
- ระยะเลนส์ถึงตา (Vertex Distance) ระยะจากผิวด้านหลังของเลนส์ถึงกระจกตา
สามค่าหลังเปลี่ยนตามกรอบที่เลือก ช่างจึงปรับกรอบให้พอดีก่อนแล้วค่อยวัด
กรอบเต็ม ครึ่งกรอบ และไร้ขอบ
ถ้าแบ่งตามวิธียึดเลนส์ กรอบแว่นมีสามแบบหลัก แต่ละแบบมีเรื่องที่ต้องคิดต่างกัน โดยเฉพาะเมื่อค่าสายตาสูง

| ประเภท | ลักษณะ | ควรรู้ |
|---|---|---|
| กรอบเต็ม (Full Rim) | ขอบล้อมเลนส์ครบรอบ | ขอบเลนส์ถูกหุ้มไว้ทั้งหมดจึงบิ่นยากกว่า ช่วยพรางความหนาของขอบเลนส์ และใช้ได้กับเลนส์แทบทุกชนิด |
| ครึ่งกรอบ หรือกึ่งไร้ขอบ (Semi-Rimless) | มีขอบเฉพาะด้านบน ด้านล่างใช้เอ็นไนลอนเส้นเล็กรัดเลนส์ไว้ในร่องที่เซาะรอบเลนส์ | ดูเบาขึ้น ขอบล่างของเลนส์จะเห็นชัด ถ้าค่าสายตาสั้นสูงจะเห็นความหนาของเลนส์ด้านข้าง เอ็นเปลี่ยนใหม่ได้เมื่อเสื่อม |
| ไร้ขอบ หรือกรอบเจาะ (Rimless) | ไม่มีขอบเลย เจาะเลนส์แล้วยึดกับสะพานและขาแว่นด้วยสกรูหรือหมุด บางครั้งเรียกว่ากรอบสามชิ้น | เบาตาที่สุด แต่เลนส์ต้องเป็นวัสดุที่เจาะได้และทนแรงยึด รูปร่างเลนส์เปลี่ยนตามที่ช่างเจียรได้ ควรปรึกษาเรื่องชนิดเลนส์ก่อนสั่ง |
ตัวอย่างครึ่งกรอบในร้าน เช่น BOLON BR1005 ส่วนกรอบไร้ขอบ เช่น UKZK 911 และ HELES H7021 ดูรุ่นไร้ขอบน้ำหนักเบาเพิ่มเติมได้ใน กรอบแว่นไทเทเนียม น้ำหนักเบา
วัสดุกรอบแว่น
วัสดุที่เขียนในสเปกหมายถึงวัสดุหน้ากรอบ ข้อมูลนี้ควรมาจากสเปกของแบรนด์ ไม่ใช่การดูจากรูป เพราะกรอบโลหะเคลือบสีกับกรอบอะซิเตทสีเดียวกันอาจดูคล้ายกันมากในภาพถ่าย

อะซิเตท (Acetate หรือ Cellulose Acetate)
อะซิเตทมีวัตถุดิบตั้งต้นเป็นเซลลูโลสจากธรรมชาติ เช่น เยื่อไม้หรือเส้นใยฝ้าย ผ่านกระบวนการจนได้เป็นแผ่นวัสดุหนา แล้วช่างจึงกัดแผ่นนั้นออกมาเป็นหน้ากรอบ จุดเด่นคือสีและลวดลายอยู่ในเนื้อวัสดุ จึงทำลายกระ ลายหินอ่อน หรือไล่หลายชั้นสีได้ลึกและหลากหลาย เนื้อแน่น ผิวเงาสวย และช่างใช้ความร้อนดัดปรับให้เข้ากับหน้าได้ อะซิเตทจึงเป็นคนละกลุ่มกับวัสดุฉีดขึ้นรูปทั่วไป และไม่ควรเหมารวมว่าเป็นวัสดุราคาถูก ตัวอย่างหน้ากรอบอะซิเตทในร้าน เช่น BOLON BJ3236 และแบรนด์อย่าง Prada กับ Miu Miu ก็ใช้อะซิเตทในหลายรุ่น เปรียบเทียบลุคระหว่างอะซิเตทกับโลหะได้ที่ แว่น MIU MIU เลือกกรอบ Acetate หรือ Metal
บางครั้งอาจเจอคำว่าไบโออะซิเตท (Bio-based Acetate) ซึ่งหมายถึงอะซิเตทที่เปลี่ยนสารช่วยความยืดหยุ่นจากแหล่งปิโตรเลียมมาเป็นสารจากพืช ตัวเนื้อวัสดุยังเป็นอะซิเตทเหมือนเดิม
ไทเทเนียม (Titanium)
ไทเทเนียมเป็นโลหะที่แข็งแรงเมื่อเทียบกับน้ำหนัก ความหนาแน่นต่ำ ไม่เป็นสนิม และทนเหงื่อ จึงทำกรอบให้บางและเบาได้ เหมาะกับคนที่ใส่แว่นทั้งวัน ในสเปกอาจเห็นทั้งไทเทเนียมและไทเทเนียมอัลลอย ซึ่งเป็นโลหะผสมที่มีไทเทเนียมเป็นหลัก ข้อแลกเปลี่ยนคือขึ้นรูปยากกว่าโลหะทั่วไป ราคาจึงมักสูงกว่ากรอบโลหะธรรมดาในทรงใกล้เคียงกัน ในสเปกของ BOLON บางรุ่นจะเห็นคำว่าเบต้าไทเทเนียมที่ขาแว่น เช่น BOLON BR1006 ซึ่งเป็นไทเทเนียมผสมที่ยืดหยุ่นและดีดคืนตัวได้ดี จึงนิยมใช้ทำขาแว่น ดูรุ่นไทเทเนียมที่ร้านมีได้ที่ กรอบแว่นไทเทเนียม น้ำหนักเบา และแบรนด์ HELES กับ UKZK
สเตนเลสสตีลและโลหะอื่น
สเตนเลสสตีลเป็นตัวเลือกยอดนิยมของกรอบโลหะเส้นบาง เพราะไม่ขึ้นสนิมง่าย ขึ้นรูปได้คม และราคามักเข้าถึงง่ายกว่าไทเทเนียม แต่จะหนักกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบทรงเดียวกัน ส่วนอะลูมิเนียมพบในบางดีไซน์ที่อยากได้ผิวโลหะด้านหรือสีเมทัลลิกแบบชุบสี ทั้งหมดนี้อยู่ในกลุ่มที่ร้านมักเรียกรวมว่ากรอบโลหะ ควรดูสเปกว่าเป็นโลหะชนิดใด
TR90 ไนลอน และวัสดุฉีดขึ้นรูป
TR90 เป็นชื่อเรียกที่คุ้นกันของวัสดุโพลีเอไมด์ (ตระกูลไนลอน) ที่ใช้ฉีดขึ้นรูปกรอบแว่น จุดเด่นคือเบา ยืดหยุ่น บิดแล้วคืนรูปได้ดี และทนแรงกระแทก จึงนิยมในกรอบแว่นเด็ก แว่นกีฬา และกรอบราคาย่อมเยา ไนลอนชนิดอื่นก็ใช้ด้วยเหตุผลเดียวกัน ข้อจำกัดคือช่างใช้ความร้อนดัดปรับได้น้อยกว่าอะซิเตท และลวดลายสีมักอยู่ที่ผิวมากกว่าในเนื้อ ในสเปกบางแบรนด์เขียนสั้น ๆ ว่า TR เช่น BOLON BJ5231 และบางรุ่นเป็น TR ผสมไทเทเนียม เช่น BOLON BA6091
นอกจากนี้อาจเจอชื่อวัสดุเฉพาะทาง เช่น โพรพิโอเนต ซึ่งเป็นวัสดุจากเซลลูโลสเหมือนอะซิเตทแต่เบากว่า คาร์บอนไฟเบอร์ที่เบาและแข็งแรง หรือเขาสัตว์และไม้ที่ลายไม่ซ้ำกันในแต่ละชิ้น
ชื่อทรงกรอบที่เจอบ่อย
ชื่อทรงพื้นฐานอย่างกลม รี สี่เหลี่ยมผืนผ้า และจัตุรัส เข้าใจได้จากชื่อ แต่ในหน้าสินค้ายังมีอีกหลายชื่อที่ชวนสงสัย ลองนึกภาพตามนี้ แพนทอส (Panthos) ดูคล้ายกรอบกลมที่ถูกดึงด้านบนให้แบนและกว้างขึ้นนิดหน่อย จึงอยู่กึ่งกลางระหว่างกลมกับรี หมอน (Pillow) คือกรอบเหลี่ยมที่มุมทั้งสี่มนจนดูนุ่มเหมือนหมอนอิง ตาแมว (Cat-eye) สังเกตจากหางกรอบด้านนอกที่เชิดขึ้น ผีเสื้อ (Butterfly) มักเป็นกรอบขนาดใหญ่ที่ด้านนอกแผ่กว้างออกไปมากกว่าตาแมว นักบิน (Pilot หรือ Aviator) คือทรงหยดน้ำที่ด้านล่างห้อยต่ำลงทางหางตา ส่วนทรงอิสระ (Irregular) เป็นชื่อรวมของทรงที่ไม่เข้าพวกไหนเลย เช่น หกเหลี่ยมหรือแปดเหลี่ยม
ถ้าอยากรู้ว่าทรงไหนกำลังได้รับความนิยม ดูได้ที่ เทรนด์แว่นตา 2026 ส่วนการเลือกทรงตามรูปหน้าอยู่ใน แว่นสำหรับหน้ากลม และ แว่นสำหรับหน้าเหลี่ยม
คำถามที่พบบ่อย
กรอบอะซิเตทต่างจากกรอบ TR หรือกรอบฉีดขึ้นรูปอย่างไร
อะซิเตทผลิตจากเซลลูโลสที่ได้จากฝ้ายหรือเยื่อไม้ แล้วกัดขึ้นรูปจากแผ่นวัสดุ สีและลายจึงอยู่ในเนื้อ ผิวเงาลึก และช่างใช้ความร้อนดัดปรับให้เข้ากับหน้าได้ ส่วนกรอบที่ฉีดขึ้นรูปจากเม็ดวัสดุ เช่น TR หรือไนลอน จะเบาและยืดหยุ่นกว่า แต่ลวดลายมักอยู่ที่ผิวและปรับด้วยความร้อนได้น้อยกว่า ถ้าไม่แน่ใจว่ารุ่นที่สนใจเป็นวัสดุอะไร ให้ดูสเปกของแบรนด์หรือสอบถามที่สาขา ไม่ควรเดาจากรูปถ่าย
บานพับสปริงดีกว่าบานพับธรรมดาจริงไหม
ขึ้นกับการใช้งาน บานพับสปริงให้ขาแว่นกางเลยมุมปกติได้เล็กน้อยแล้วดีดกลับ ใส่ถอดสะดวก และโอบศีรษะได้หลายขนาด เหมาะกับคนที่ใส่ถอดบ่อย ส่วนบานพับธรรมดามีชิ้นส่วนน้อยกว่าและดีไซน์เรียบกว่า ทั้งสองแบบทนใช้งานได้ถ้ากรอบปรับให้พอดีกับหน้าตั้งแต่แรก
ครึ่งกรอบกับไร้ขอบต่างกันตรงไหน
ครึ่งกรอบมีขอบด้านบนและใช้เอ็นไนลอนรัดเลนส์ด้านล่าง ส่วนไร้ขอบไม่มีขอบเลย ใช้วิธีเจาะเลนส์แล้วยึดด้วยสกรู ไร้ขอบดูเบาตากว่า แต่ต้องใช้เลนส์ที่เจาะได้และควรปรึกษาช่างเรื่องชนิดเลนส์ก่อนสั่ง ส่วนครึ่งกรอบจะเห็นขอบล่างของเลนส์ ถ้าค่าสายตาสั้นสูงจะเห็นความหนาของเลนส์มากกว่ากรอบเต็ม
แป้นจมูกแบบปรับได้กับแบบติดกรอบ เลือกอย่างไร
ถ้าสันจมูกไม่สูง เคยมีปัญหาแว่นไหล หรือขนตาแตะเลนส์ กรอบที่มีขาแป้นปรับได้มักปรับแก้ได้ละเอียดกว่า ส่วนแป้นที่หล่อติดกับกรอบอะซิเตทให้ลุคเรียบต่อเนื่อง ปรับได้จำกัด จึงต้องดูว่ารูปสะพานเข้ากับจมูกตั้งแต่ตอนลอง บางแบรนด์มีรุ่นที่ออกแบบสะพานสำหรับจมูกไม่สูงโดยเฉพาะ
อยากเห็นชิ้นส่วนเหล่านี้กับกรอบจริงและลองเทียบหลายวัสดุบนหน้าตัวเอง แวะได้ที่ GIFTGREATS ทั้ง 8 สาขา คือ พระราม 2, ศาลายา, อุดมสุข (สุขุมวิท 103), เกษตร บางเขน, บางใหญ่, เดอะโฟร์ท สาย 4, ปิ่นเกล้า และชลบุรี (อมตะนคร) กรอบที่มีหน้าร้านต่างกันไปตามสาขา ทุกสาขาวัดสายตาให้ฟรี
Leave A Comment